ทำเนียบเมืองมหาวิทยาลัยโลก: ลอนดอนมาที่ 1 กรุงเทพฯ อยู่ที่ 54

 BBC Thai 10052561 Tech

กรุงลอนดอนของอังกฤษได้รับการจัดให้เป็นเมืองดีที่สุดสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยวัดจากปัจจัยต่าง เช่น จำนวนมหาวิทยาลัยชั้นนำในเมือง ตลาดงานในท้องถิ่น ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต ส่วนกรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 54

การจัดอันดับครั้งนี้ทำขึ้นโดย Quacquarelli Symonds (QS) บริษัทด้านการศึกษาของอังกฤษ ซึ่งในปีนี้กรุงลอนดอนก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 แซงหน้าแชมป์เดิมอย่างนครมอนทรีออล ของแคนาดา และกรุงปารีสของฝรั่งเศส

ข้อมูลครั้งนี้มาจากการสำรวจความเห็นนักศึกษาราว 50,000 คน เพื่อเปรียบเทียบข้อดีและข้อด้อยของเมืองต่าง ๆ สำหรับนักศึกษา โดยกรุงลอนดอนมีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 เพราะมีความโดดเด่นในฐานะเมืองศูนย์รวมสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก เช่น อิมพีเรียลคอลเลจ, ยูนิเวอร์ซิดีคอลเลจลอนดอน, วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE) และคิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน

กรุงลอนดอนยังเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ระดับโลก โรงละคร โรงภาพยนตร์ และร้านอาหารต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสในการติดต่อกับผู้จ้างงานและการได้งานทำ นอกจากนี้ก็ยังเป็นเมืองที่รวมเอาคนหลายเชื้อชาติไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้คนมีความอดทนอดกลั้น และความหลากหลายสูง ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้นักศึกษาชาวต่างชาติไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือถูกกีดกันเมื่อมาเรียนที่นี่

อย่างไรก็ตาม ข้อด้อยของกรุงลอนดอนคือเรื่องค่าครองชีพที่สูงมากสำหรับนักศึกษา

นายเบน โซว์เตอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ QS บอกว่า ผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กรุงลอนดอนยังคงเป็นเมืองที่ดีสำหรับการศึกษา แม้จะมีค่าครองชีพแพงมากก็ตาม

กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 2 ของเมืองดีที่สุดสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยในปีนี้ โดยมีคะแนนสูงในแง่ของการเป็น "เมืองน่าอยู่" ซึ่งวัดจากปัจจัยด้านความปลอดภัย มลพิษ และคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตาม เมืองที่ได้คะแนนสูงสุดในแง่ของ "เมืองน่าอยู่" คือนครโทรอนโตของแคนาดา

ส่วนออสเตรเลีย ซึ่งทางการพยายามส่งเสริมให้ประเทศก้าวเป็นผู้นำในตลาดการศึกษานั้น ก็ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติเช่นกัน โดยที่นครเมลเบิร์น มาเป็นที่ 3 และนครซิดนีย์อยู่ในอันดับ 9 ของการจัดอันดับครั้งนี้ ขณะที่อันดับ 4 เป็นของนครมอนทรีออลในแคนาดา ตามด้วยกรุงปารีสที่ปีนี้ตกมาอยู่ในอันดับ 5 ส่วนอันดับ 6 คือนครมิวนิก และอันดับ 7 คือกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ส่วนอันดับ 8 คือนครซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ และอันดับ 10 คือกรุงโซลของเกาหลีใต้

ในส่วนของเมืองที่มีค่าครองชีพถูกที่สุดสำหรับนักศึกษานั้น คือกรุงบูดาเปสต์ของฮังการี ตามด้วยกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ส่วนกรุงเทพฯ ก็มีคะแนนโดดเด่นในปัจจัยนี้ด้วย โดยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 54 ของเมืองดีที่สุดสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยประจำปีนี้ และมีมหาวิทยาลัย 5 แห่งที่ติดโผ 400 มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกประจำปี 2018 ของบริษัท QS ด้วย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ข้อมูลและภาพจาก BBC ไทย วันที่ 10 พฤษภาคม 2561

JoomSpirit