โลกประณามอิสราเอล แต่อเมริกาเฉย ขณะชาวปาเลสไตน์เริ่มฝั่งศพผู้เสียชีวิต 58 คน เหตุประท้วงเยรูซาเลม

 BBC Thai 16052561 Politic

ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากการสังหารของทหารอิสราเอล 58 ราย เมื่อวันจันทร์ เริ่มจัดพิธีศพในกาซาแล้วในวันนี้ (15 พ.ค.) ขณะที่นานาชาติรุมประณามอิสราเอลในการปราบปรามครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นความรุนแรงในกาซาที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดใน 1 วัน นับตั้งแต่เกิดสงครามในปี 2014 ด้านทหารอิสราเอลเตรียมรับมือกับการประท้วงรอบใหม่ในวันนี้

พิธีฝังศพ จัดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 70 ปี ของเหตุการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์เรียกว่า 'นักบา' ซึ่งหมายถึงความหายนะ ซึ่งเป็นการพลัดถิ่นฐานของชาวปาเลสไตน์จำนวนมากหลังการก่อตั้งประเทศอิสราเอล

ความรุนแรงเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นขณะที่สหรัฐฯ เปิดสถานทูตแห่งแรกในนครเยรูซาเลม จัดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้งอิสราเอล ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นการทำลายนโยบายสหรัฐฯ เกี่ยวกับจุดยืนเรื่องนี้มานานหลายสิบปี นอกจากนี้ยังสร้างความโกรธแค้นให้ชาวปาเลสไตน์

ชาวปาเลสไตน์ต้องการให้เยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต และเห็นว่าการทำเช่นนี้ของสหรัฐฯ เป็นการสนับสนุนการควบคุมนครเยรูซาเลมทั้งเมืองของอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลเห็นว่าเมืองนี้ไม่อาจจะถูกแบ่งแยกได้

เจ้าหน้าที่ทางการปาเลสไตน์ กล่าวว่า นอกจากผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 2,700 คนจากความรุนแรงในวันจันทร์ ซึ่งพวกเขาได้ประณามการสังหารหมู่นี้

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการของกองทัพเป็นการป้องกันตัวจากพวกฮามาส ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธอิสลามที่ปกครองฉนวนกาซา ซึ่งนายเนทันยาฮู กล่าวว่า ต้องการจะทำลายล้างอิสราเอล

ด้าน กองทัพอิสราเอล ระบุว่า ทหารเพียงแค่ยิงใส่ "เป้าหมายที่เป็นผู้สร้างความรุนแรง" เท่านั้น แต่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้วิพากษ์วิจารณ์ การใช้กำลังของอิสราเอล

"การเข้าใกล้แนวรั้ว ไม่ได้เป็นการกระทำที่รุนแรงคุกคามชีวิต ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นข้ออ้างให้ยิงพวกเขาได้" รูเพิร์ต โคลวิลล์ โฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคาร

"คนที่แขนขาดและขาขาดจะเป็นภัยคุกคามได้มากแค่ไหน ขณะที่อีกฝั่งมีแนวรั้วป้อมปราการที่แน่นหนา" เขากล่าวเพิ่มเติม

ฝังศพในกาซา ยอดผู้เสียชีวิตที่น่าตกตะลึง

เจเรมี โบเวน บรรณาธิการตะวันออกกลาง บีบีซี ในกาซาซิตี้

ที่โรงพยาบาลชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของกาซา มีชายหลายคนต่อคิวบริจาคเลือดในวันอังคาร เพื่อช่วยผู้บาดเจ็บจากความรุนแรงเมื่อวันจันทร์

ภายในโรงพยาบาล มีผู้ป่วยมากมายที่มีบาดแผลถูกยิง ส่วนครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั่วกาซา กำลังทำพิธีฝังศพ โดยนับถึงช่วงเที่ยงวันของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ยังไม่มีรายงานว่าเกิดการประท้วงรอบใหม่

จำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมากนำมาซึ่งความสะพรึงกลัวไปทั่วกาซา สิทธิ์ในการกลับสู่ดินแดนที่พวกเขาสูญเสียไป เป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างมากสำหรับชาวปาเลสไตน์ แต่ผู้คนที่นี่ได้ตั้งคำถามว่า คุ้มกันหรือไม่ที่จะก่อเหตุประท้วง หลังจากที่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้

ความจริงแล้ว นี่คือเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในกาซา ผู้คนอดอยากยากแค้นจากการถูกปิดกั้นการส่งสินค้าเข้ามาโดยอิสราเอล และอียิปต์ ซึ่งไม่ชอบกลุ่มฮามาส เพราะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม

หนทางเดียวในการยุติความตายและความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นอีก คือการแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริงจัง แต่นั่นก็ยังไม่เกิดขึ้น

เกิดอะไรขึ้นที่พรมแดนกาซา?

ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากออกมาประท้วงเมื่อวันจันทร์ เช่นที่พวกเขาทำมาตลอด 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงที่ชื่อว่า "Great March of Return" โดยกลุ่มฮามาสมีส่วนสนับสนุนการประท้วงนี้ด้วย

แต่ในการประท้วงเมื่อวันจันทร์ และการประท้วงที่มีแผนจะจัดขึ้นในวันอังคาร เกิดขึ้นในวันครบรอบการก่อตั้งอิสราเอลในปี 1948 และเป็นการรำลึกถึงชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนที่ต้องพลัดถิ่นฐานจากสงครามที่เกิดขึ้นหลังการก่อตั้งอิสราเอล

อิสราเอล ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ราว 40,000 คนเข้าร่วม "ก่อจลาจลรุนแรง" ตามจุดต่าง ๆ 13 แห่ง บริเวณแนวรั้วความมั่นคงของอิสราเอลที่กั้นพรมแดนทางตะวันออกของกาซา

ชาวปาเลสไตน์ขว้างปาก้อนหิน และระเบิดเพลิง และเคลื่อนเข้าใกล้แนวรั้วกั้นพรมแดน พลแม่นปืนของอิสราเอลได้ยิงกระสุนจริงใส่ผู้ประท้วง และใช้โดรนปล่อยแก๊สน้ำตาใส่

นายเนทันยาฮู ปกป้องปฏิบัติการทางการทหารว่า "ทุกประเทศมีหน้าที่ในการปกป้องพรมแดนของตัวเอง"

"องค์การผู้ก่อการร้ายฮามาสประกาศเจตจำนงว่าจะทำลายล้างอิสราเอล และส่งคนหลายพันคนฝ่ารั้วกั้นพรมแดน เพื่อเข้ามาทำตามเป้าหมายนี้" เขากล่าว "เราจะดำเนินการอย่างแน่วแน่ต่อไป เพื่อปกป้องอธิปไตยและพลเมืองของเรา"

ฮามาสไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มการประท้วงรายสัปดาห์ ที่เกิดขึ้นในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทางกลุ่มก็ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนนับจากนั้น โดยในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาสในกาซา กล่าวว่า การประท้วงมีเป้าหมายกำจัดสิ่งที่เขาเรียกว่า "พรมแดนชั่วคราว" กับอิสราเอล

ฮามาสเรียกร้องให้ทำลายล้างอิสราเอล และขัดแย้งกับรัฐยิวมาตั้งแต่แรก

โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces--IDF) กล่าวว่า ทหารได้ยิงใส่คนที่ "ดำเนินการก่อการร้าย ไม่ใช่ผู้ประท้วง ซึ่งถูกสลายการชุมนุมด้วยรูปแบบปกติ อย่างเช่น แก๊สน้ำตา และเป็นการดำเนินการตามกฎการปะทะ"

ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ที่อยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ได้ประกาศไว้อาลัย 3 วัน "วันนี้เป็นอีกครั้งที่เกิดการสังหารหมู่ต่อประชาชนของเรา"

ปฏิกิริยาของนานาชาติต่อเรื่องนี้

การกระทำของอิสราเอลถูกประณามหรือวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ตุรกี, เลบานอน และชาติอื่น ๆ อิสราเอลได้รับการปกป้องจากพันธมิตรสำคัญ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เลือกที่จะไม่พูดถึงความรุนแรงที่ทำให้มีผู้ล้มตายในกาซาโดยตรง

 

  • ราช ชาห์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า "ความรับผิดชอบต่อความตายที่น่าเศร้านี้ อยู่ที่กลุ่มฮามาสตรง ๆ...ฮามาสจงใจและเห็นแก่ตัวในการยั่วยุให้เกิดการตอบโต้เช่นนี้"
  • คูเวตร่างแถลงการณ์คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้มีการไต่สวนอิสระเกี่ยวกับความรุนแรงนี้ และแสดงความ "ไม่พอใจและเสียใจ" แต่ถูกสหรัฐฯ ขัดขวาง
  • สหราชอาณาจักร ระบุว่า "การใช้กระสุนจริงจำนวนมาก น่ากังวลอย่างยิ่ง" แต่เรียกร้องให้ผู้ประท้วง แสดงออกอย่างสันติ
  • เยอรมนี ระบุว่า อิสราเอล มีสิทธิ์ในการปกป้องตัวเอง แต่ควรทำตามความเหมาะสม
  • ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประณามความรุนแรงของทหารอิสราเอล
  • รัสเซีย ระบุว่า กำลังจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และระบุเพิ่มเติมว่า ยอดผู้เสียชีวิตของชาวปาเลสไตน์ "ทำให้เกิดความน่ากังวลอย่างที่สุด"
  • ตุรกีระบุว่า สหรัฐฯ มีส่วนรับผิดชอบกับอิสราเอลต่อ "การสังหารหมู่ที่ชั่วร้าย" และระบุว่ากำลังเรียกทูตตุรกีประจำทั้งสองประเทศเดินทางกลับ
  • แอฟริกาใต้ ก็ได้เรียกทูตประจำอิสราเอลกลับประเทศเช่นกัน และประณามว่า "การโจมตีของอิสราเอลล่าสุดเป็นการกระทำที่ขาดการไตร่ตรองและรุนแรง"
  • กระทรวงการต่างประเทศไทยแถลงว่า เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ไม่ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าว และไม่มีผู้แทนไทยอื่นใดเข้าร่วมงานด้วยพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาที่นครเยรูซาเล็ม

 

ความรุนแรงและการเปิดสถานทูต

ความรุนแรงในกาซาและการเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน แต่ทั้งสองอย่างเกิดขึ้นในวันครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งอิสราเอลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์การเมืองชี้ให้เห็นถึงภาพความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างภาพผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ พร้อมนายเนทันยาฮู และภริยา กำลังฉลองการเปิดสถานทูตใหม่ในนครเยรูซาเลม และภาพความรุนแรงที่อยู่ในกาซา

การย้ายสถานทูตครั้งนี้เป็นการทำลายนโยบายเดิมของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาหลายสิบปี และเป็นการทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่พอใจอย่างมาก รวมถึงอีกหลายชาติที่ระบุว่า การทำเช่นนี้เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ชาวปาเลสไตน์ต้องการให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต และเห็นว่าการทำเช่นนี้ของสหรัฐฯ เป็นการสนับสนุนการควบคุมเยรูซาเลมทั้งเมืองของอิสราเอล

ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ เรียกสถานทูตใหม่นี้ว่า "การตั้งถิ่นฐานของสหรัฐฯ ในเยรูซาเลม"

ฉนวนกาซา

ฉนวนกาซา เป็นพื้นที่แคบ ๆ ตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างอิสราเอล และอียิปต์ มีขนาดยาวประมาณ 40 กิโลเมตร และกว้าง 10 กิโลเมตร มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 1.8 ล้านคน ทำให้พื้นที่นี้มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดเป็นอันดับสามของโลก

รูปร่างของฉนวนกาซาถูกกำหนดขึ้นจากเส้นหยุดยิงที่ทำกับอียิปต์ในช่วงสิ้นสุดสงครามอาหรับ-อิสราเอล ปี 1948-1949

อียิปต์ปกครองกาซาเป็นเวลา 19 ปีต่อมา แต่อิสราเอลเข้ามายึดครองในช่วงสงครามอาหรับ-อิสราเอล ปี 1967 อิสราเอลได้ถอนกำลังและผู้คนออกมาจากฉนวนกาซาในปี 2005 แต่สหประชาชาติยังคงถือว่าดินแดนนี้ถูกยึดครองอยู่ เพราะอิสราเอลยังคงควบคุมน่านฟ้า, น่านน้ำ และพรมแดนร่วม

ในทางการเมือง กาซาถูกปกครองโดยกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มชาวปาเลสไตน์ที่ยึดมั่นในศาสนาอิสลาม ซึ่งอิสราเอลและชาติมหาอำนาจหลายชาติ เห็นว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย นับตั้งแต่ปี 2007 อิสราเอลและอียิปต์ ได้ใช้กำลังปิดกันน่านฟ้าและน่านนำ ควบคุมการส่งสินค้าเข้าออก และผู้คนที่เดินทางเข้าออกฉนวนกาซา โดยระบุว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

ฉนวนกาซ่าเผชิญกับความยากแค้น และสหประชาชาติได้เคยเตือนว่า ฉนวนกาซาเข้าใกล้การล่มสลายอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ในปี 2014 สงคราม 50 วันระหว่างอิสราเอล และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธในกาซา ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 2,251 คน รวมถึงพลเรือน 1,462 คน ส่วนอิสราเอล มีทหารเสียชีวิต 67 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 6 คน

ข้อมูลและภาพจาก BBC ไทย วันที่ 15 พฤษภาคม 2561

JoomSpirit