Search :
  Language   :   Thai   |   English  
  เศรษฐกิจ 76 จังหวัด
  เศรษฐกิจภูมิภาค
  เศรษฐกิจการค้าชายแดน
  แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
  คลังข้อมูลเศรษฐกิจ 76 จังหวัด

+ ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด
+ ประวัติศาสตร์
+ สภาพทางภูมิศาสตร์
+ การปกครอง
+ การเลือกตั้ง
+ ประชากรและสภาพทางสังคม
+ ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
+ ประเพณีและวัฒนธรรม
+ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
+ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
+ รายการอ้างอิง

ตราสัญลักษณ์

ไฟล์:Seal Nongbualamphu.png

รูปพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับยืนหน้าศาล เบื้องหลังเป็นหนองบัวลำภู 

คำขวัญประจำจังหวัด

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ

แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน 

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

ต้นพะยูง ต้นพะยูง

ดอกบัวหลวง



ยุคก่อนประวัติศาสตร์

จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นดินแดนที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ปรากฏหลักฐานตามโครงกระดูกมนุษย์และสัตว์ เศษภาชนะดินเผา ทั้งแบบผิวเรียบและแบบตกแต่งผิวด้วยการเขียนสีและลวดลายต่างๆ เช่น หินดินเผา หินบดเผา เครื่องมือเหล็ก เครื่องประดับสำริด อายุประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว มีหลักฐานที่ปรากฏเด่นชัด ได้แก่

- แหล่งโบราณคดี โนนพร้าว บ้านกุดคอเมย ต.กุดดู่ อ.โนนสัง

- แหล่งโบราณคดีโนนดอนกลาง บ้านกุดกวางสร้อย ต.บ้านถิ่น อ.โนนสัง เป็นต้น

ยุคประวัติศาสตร์

- สมัยทราวดี มนุษย์เริ่มมีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้น มีหลักฐานที่เห็นได้ชัด คือ ใบเสมาหินทรายที่วัดพระธาตุเมืองพิณ อ.นากลาง และวัดป่าโนนคำวิเวก อ.สุวรรณคูหา เป็นต้น

- สมัยพระไชยเชษฐาธิราช

ประมาณปี พ.ศ. 2106 พระไชยเชษฐาธิราช แห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทร์) ได้อพยพผู้คนมาอยู่อาศัย ณ ที่แห่งนี้ ได้สร้างพระพุทธรูปและศิลาจารึกไว้ที่ถ้ำสุวรรณคูหา อ.สุวรรณคูหา และนำไพร่พลมาบูรณะสร้างบ้านแปงเมืองหนองบัวลุ่มภูขึ้นใหม่ที่ริมหนองบัว ซึ่งเป็นเมืองเก่ามาแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ ได้สร้างพระพุทธรูปวิหาร ขุดบ่อน้ำในบริเวณวัดในหรือวัดศรีคูณเมืองและยกฐานะขึ้นเป็นเมือง "จำปานครกาบแก้วบัวบาน" หรือเมือง "หนองบัวลุ่มภู"

- สมัยกรุงศรีอยุธยา

ประมาณปี พ.ศ. 2117 ช่วงสียกรุงศรีอยุธยาให้พม่าครั้งที่ 1 สมเด็จพระนเรศวรได้ตามเสด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดายกทัพเข้ารบกับกรุงศรีสัตตนาคนหุต(เวียงจันทร์) และได้นำกองทัพเสด็จประทับพักแรมที่ริมหนองบัวแต่ทรงพระประชวรด้วยไข้ทรพิษเสียก่อน จำต้องเลิกทัพเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2302 สมัยพระเจ้าเอกทัศน์ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา พระวอ-พระตา ซึ่งเป็นเสนาบดีของเจ้ากรุงเวียงจันทร์ได้อพยพหนีข้ามลำน้ำโขง มาตั้งภูมิลำเนาบูรณะสร้างบ้านแปงเมือง "จำปานครกาบแก้วบัวบาน" ขึ้นใหม่และตั้งชื่อว่า " นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน" แต่ภายหลังประมาณปี พ.ศ. 2310 ถูกกองทัพของพระเจ้าสิริบุญสาร โอรสเจ้าเมืองเวียงจันทร์ตีแตกในเวลาต่อมา

- สมัยกรุงธนบุรี-กรุงรัตนโกสินทร์

ประมาณปี พ.ศ. 2321 พระเจ้ากรุงธนบุรีได้โปรดให้พระยาจักรียกกองทัพมาปราบพระเจ้าสิริบุญสารจนได้รับชัยชนะในที่สุด และนำพระแก้วมรกตและพระพุทธรูปปางต่างๆ กลับมาถวายพระเจ้าตากสินแห่งกรุงธนบุรีและได้รับการปูนบำเหน็จเป็น "เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก" เมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้ว บัวบาน จึงได้ขึ้นกับราชอาณาจักรไทยตั้งแต่นั้นมา

- สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พ.ศ. 2369-2406 ในรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงษ์แห่งเวียงจันทร์เป็นกบฏยกทัพมายึดเมืองนครราชสีมา จึงส่งกองทัพไทยมาปราบ เจ้าอนุวงษ์ได้ถอยทัพกลับมาตั้งรับอยู่ที่หนองบัวลุ่มภู ฝ่ายไทยติดตามขับไล่ตามจับเจ้าอนุวงษ์ได้ที่เวียงจันทร์ แล้วนำตัวกลับไปพิจารณาโทษที่กรุงเทพฯ 

พ.ศ. 2433 สมัยรัชกาลที่ 4 ได้จัดระเบียบการปกครองบ้านเมืองทางลุ่มน้ำโขงใหม่ โดยให้ข้าหลวงเมืองหนองคายบังคับบัญชาเมืองหนองบัวลุ่มภูขึ้นกับเมืองหนองคาย ต่อมาสังกัดอยู่กับ หัวเมืองลาวพวน พระปทุมเทวาภิบาล เจ้าเมืองหนองคายได้แต่งตั้งพระวิชโยดมกมุทเขตมาครองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน และเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า "กมุทธาสัย"

พ.ศ. 2449 ได้โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนชื่อเมืองกมุทธาสัยเป็น " เมืองหนองบัวลุ่มภู" ขึ้นอยู่บริเวณหมากแข้ง

พ.ศ. 2450 ได้โปรดเกล้าฯให้กระทรวงมหาดไทยรวมเมืองต่างๆ ในบริเวณบ้านหมากแข้ง ตั้งเป็นเมืองจัตวา เรียกว่า เมืองอุดรธานี ส่วนเมืองในสังกัดบริเวณให้มีฐานะเป็นอำเภอ เมืองหนองบัวลำภู จึงกลายเป็น "อำเภอหนองบัวลำภู" ขึ้นกับจังหวัดอุดรธานี โดยมีพระวิจารณ์กมุทธกิจเป็นนายอำเภอคนแรก อำเภอหนองบัวลำภูมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งยกระดับเป็น จังหวัดหนองบัวลำภู ในปี พ.ศ. 2536



แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดหนองบัวลำภู
ที่ตั้ง อาณาเขต

จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ตั้งขึ้นเป็นจังหวัดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 มีที่ตั้งตามพิกัดภูมิศาสตร์ อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 องศา 45 ลิปดา ถึง 17 องศา 40 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 101 องศา 57 ลิปดา ถึง 102 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 518 กม. (ตามเส้นทาง กรุงเทพฯ-สีคิ้ว-ชัยภูมิ-ชุมแพ-ศรีบุญเรือง-หนองบัวลำภู )       จังหวัดหนองบัวลำภู  มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3,859.062 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,411,928.74 ไร่ ขนาดพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 2.27 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  (พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 170,226 ตารางกิโลเมตร หรือ 106,392,250 ไร่  และคิดเป็นร้อยละ 0.75 ของประเทศ)       จังหวัดหนองบัวลำภู มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

ทิศเหนือ       ติดต่อกับ    อำเภอน้ำโสม อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ   อำเภอบ้านผือ อำเภอกุดจับ    อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

ทิศใต้           ติดต่อกับ     อำเภอสีชมพู กิ่งอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น

ทิศตะวันตก   ติดต่อกับ    อำเภอภูกระดึง อำเภอวังสะพุง  อำเภอผาขาว อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย

   สภาพภูมิประเทศ
     ลักษณะภูมิประเทศของหนองบัวลำภู ส่วนใหญ่จะเป็นแอ่งที่ราบมีภูเขาล้อมรอบเทือกเขาที่สำคัญ คือ เทือกเขาภูพานอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดหนองบัวลำภู โดยทอดแนวยาวมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนเหนือของอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ผ่านเข้ามาเขตอำเภอน้ำโสม  จังหวัดอุดรธานีและเข้าสู่เขตอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู และเข้าไปเขตอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ผ่านไปกาฬสินธุ์ , สกลนคร และ จังหวัดนครพนม

    จังหวัดหนองบัวลำภู มีพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงบางส่วนเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นถึงลอนลึก        มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200 เมตร ทางตอนบนของหวัดจะเป็นพื้นที่ภูเขาสูง แล้วลาดไปทางทิศใต้และทิศตะวันออก  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินปนทราบและลูกรัง ไม่สามารถเก็บน้ำหรืออุ้มน้ำในฤดูแล้งได้

     สภาพภูมิอากาศ

     ลักษณะภูมิอากาศในจังหวัดหนองบัวลำภูแบ่งออกเป็น 3 ฤดู เช่นเดียวกันกับจังหวัดอื่น ในภาตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาวสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับมรสุมที่พัดผ่านประจำปี จัดอยู่ในประเภทภูมิอากาศแบบพื้นเมือง ร้อนเฉพาะฤดู คือ จะมีฝนตกเฉพาะฤดูกาลสลับกับมีช่วงแห้งแล้งที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งแต่ละฤดูจะมีอุณหภูมิแตกต่างกัน ดังนี้

          ฤดูหนาว : อุณหภูมิต่ำเฉลี่ยประมาณ 15 - 16 องศาเซลเซียส อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม ของทุกปี

          ฤดูร้อน : อุณหภูมิต่ำเฉลี่ยประมาณ 34 - 36 องศาเซลเซียส อยู่ในช่วงเดือนเมษายน - เดือน พฤษภาคม ของทุกปี

           ฤดูฝน : อุณหภูมิต่ำเฉลี่ยประมาณ 20 - 24 องศาเซลเซียส (ในวันที่มีฝนตก) อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - พฤศจิกายน ของทุกปี  

      สภาพธรณีวิทยาสัณฐาน (ธรณีวิทยา) 
     สภาพจังหวัดหนองบัวลำภู จะโอบรอบด้วยเทือกเขาภูพานและภูเก้า โดยลักษณะของภูพานจะเป็นแนวเทือกเขาทอดยาวจากเหนือลงมาใต้ ส่วนภูเก้าอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดหนองบัวลำภู จะมีลักษณะเป็นวงกลมตรงกลางจะเป็นแอ่งที่ราบระหว่างหุบเขา ตามสภาพดังกล่าวจะทำให้จังหวัดหนองบัวลำภูมีภูเขาล้อมรอบโดยมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาประกอบด้วยกลุ่มหิน 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มหินโคราช กลุ่มหินราชบุรี และกลุ่มหินตะนาวศรี

      1. กลุ่มหินโคราช (Korat group) อยู่ในยุคครีตาเซียส ถึง ยุคไตรแอสสิค (Cretaceous to Triassic) มีอายุประมาณ 135 - 230 ล้านปี พบในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภูบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 10 บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 210หนองบัวลำภู อุดรธานี จะพบสุสานหอยกาบคู่ อันแสดงว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นทะเลมาก่อนอยู่ในกลุ่มหินโคราช มีหน่วยหินที่ควรศึกษา  ดังนี้ 
   ..หน่วยหินภูพานและพระวิหาร ประกอบด้วยหินทราย หินกรวด และหินซิลท์ โดยหน่วยหินภูพานจะอยู่บนชั้นของหน่วยหินพระวิหารบริเวณที่พบเทือกเขาภูพานด้านตะวันออกและทางตอนใต้ของจังหวัดในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภูและอำเภอโนนสัง 
   ..หน่วยหินภูกระดึง เป็นหน่วยหินที่เรียงตัวอยู่ล่างสุดของกลุ่มหินโคราช ซึ่งจะมีอายุมากที่สุด      ประกอบด้วยหินชนวน หินซิลิคอน มีหินทราย และหินกรวดปะปนด้วย พบบริเวณอำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลางและ อำเภอนาวัง
     2. กลุ่มหินราชบุรี (Ratchaburi group) อยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัสถึงยุคเพอเมียน (Carboniforous to Permian)              จะพบบริเวณกลุ่มเขาโดดในเขตอำเภอสุวรรณคูหา อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง ประกอบด้วยหินปนสีเทาอ่อน หินทราย หินดินดาน และหินกรวดมน
     3. กลุ่มหินตะนาวศรี (Tanaosi group) อยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัสถึงยุคดีไวเนีย (Carboniforous to Permian) มีอายุประมาณ 345 - 425 ล้านปี หน่วยหินที่พบในกลุ่มนี้ คือ หน่วยหินแก่งกระจาน ประกอบด้วยหินดินดานสีเทาเข้ม หินทรายขาว พบในเขตอำเภอนากลางและอำเภอนาวังเขตติดต่อกับจังหวัดเลยชั้นหินคดโค้งรูปกระทะหงาย จะเกิดขึ้นในยุคไตรแอสสิคตอนปลาย  นับว่าเป็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาของเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ถูกยกตัวสูงขึ้นจากระดับน้ำทะเลทำให้เกิดภูมิประเทศแบบโค้งงอและรอยเลื่อน บริเวณนี้มีน้ำทะเลนำตะกอนเข้ามาสะสมอยู่ในยุคเทอร์เชียนรี่ ประมาณ 70 - 135 ล้านปีมาแล้ว    มีการไหวตัวของเปลือกโลก ทำให้แอ่งโคราชยกตัวสูงขึ้นอย่างช้า ๆ เป็นบริเวณกว้างทำให้เกิดโค้งกระทะคว่ำและกระทะหงาย



 

ไฟล์:Amphoe Nongbua Lamphu.svg

 

การปกครองแบ่งออกเป็น 6 อำเภอ 59 ตำบล 636 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองหนองบัวลำภู
  2. อำเภอนากลาง
  3. อำเภอโนนสัง
  4. อำเภอศรีบุญเรือง
  5. อำเภอสุวรรณคูหา
  6. อำเภอนาวัง

 

จำนวนหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เทศบาล อบต. ในแต่ละอำเภอ 

อำเภอ

ตำบล

หมู่บ้าน

เทศบาล 

 อบต.

นากลาง

9

127

5

5

นาวัง

5

51

1

5

โนนสัง

10

107

เมือง

14

153

4

13

ศรีบุญเรือง

12

158

สุวรรณคูหา

91

รวม

55

687

24 

44

จังหวัดหนองบัวลำภูมีส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาค จำนวน 32 แห่ง และส่วนราชการที่สังกัดส่วนกลางและสังกัดอิสระ จำนวน 40 แห่ง รวมส่วนราชการทั้งสิ้น 72 แห่ง 

ผู้บริหารจังหวัด

   
  ผู้ว่าราชการจังหวัด  
 

รองผู้ว่าราชการจังหวัด

   รองผู้ว่าราชการจังหวัด

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

-ว่าที่ร.ต. สุรศักดิ์ วงศาโรจน์ (9 พ.ค.54 - ปัจจุบัน) 



การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เขตที่ อำเภอ /ตำบล รายชื่อส.ส.  สังกัดพรรค  ที่อยู่ 
1 อำเภอเมืองทั้งอำเภอ และ  อำเภอโนนสัง  5 ตำบล ประกอบด้วย  ตำบลกุดดู่  ตำบลโนนสัง  

ตำบลบ้านค้อ  ตำบลบ้านถิ่น  ตำบลปางกู่
 
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์
พรรคเพื่อไทย 
๓๓/๑ หมู่ที่ ๙ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
๓๙๐๐๐ 
-โทรศัพท์ ๐๘๑-๕๕๕๕๐๕๙
-โทรสาร   ๐๔๒-๓๑๑๕๕๕ 
2 อำเภอศรีบุญเรือง และ อำเภอโนนสัง  5  ตำบล  ประกอบด้วย  ตำบลโคกใหญ่  ตำบลหนองเรือ  

ตำบลโคกม่วง  ตำบลโนนม่วง  ตำบลโนนเมือง  ตำบลนิคมพัฒนา
 
นายไชยา พรหมา
 
พรรคเพื่อไทย   ๒๕๙/๑๐๔ หมู่ที่ ๑๓ ต.เมืองใหม่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู  ๓๙๑๘๐
-โทรศัพท์ ๐๔๒ ๓๕๓๙๐๙
-โทรสาร ๐๔๒- ๓๕๓๘๒๓ 
3 อำเภอนากลาง  อำเภอสุวรรณคูหา  และอำเภอนาวัง  1 ตำบล  ได้แก่  ตำบลวังปลาป้อม
 
นายวิชัย สามิตร
 
พรรคเพื่อไทย  ๒๕๕ หมู่ที่ ๑๒ ต.นากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
๓๙๑๗๐
-โทรศัพท์ ๐๘๑-๗๓๒๗๒๔๙
-โทรสาร ๐๔๒-๓๕๙๑๑๓  

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดหนองบัวลำภู เลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒มีนาคม ๒๕๕๑ โดยมีจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง

- นายรักพงษ์ ณ อุบล



ประชากรจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2553 (มิถุนายน 2553) มีประชากรทั้งสิ้น 501,581 คน เป็นชาย 252,496 คน คิดเป็นร้อยละ 50.34 ของประชากรทั้งหมด หญิง 249,085 คน คิดเป็นร้อยละ 49.66 จำนวนครัวเรือน 218,214 ครัวเรือน

ตารางแสดงจำนวนประชากรในจังหวัดหนองบัวลำภู

การศึกษา

การศึกษาจังหวัดหนองบัวลำภู มีสถาบันการศึกษาในระบบการศึกษาภาคบังคับสายสามัญและสายอาชีพ 351 แห่ง จำนวนครู 4,182 คน มีวิทยาลัยชุมชนจำนวน 1 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 1 แห่ง(อยู่ที่อำเภอศรีบุญเรือง) และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 6 แห่ง 

มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา 1 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการ-เฉลิมพระเกียรติจังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งอยู่ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 10 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 210 ไปทาง จ.เลย เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 สาขา และระดับปริญญาโท 3 สาขา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 - ปัจจุบัน มีจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น 2,102 คน 

ศาสนา

จังหวัดหนองบัวลำภูมีขนบธรรมเนียมความเป็นอยู่อย่างชาวอีสานทั่วๆ ไป แบบเรียบง่ายส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99 ของประชากรทั้งหมด ส่วนที่นับถือศาสนาอื่นมีบ้างเล็กน้อยได้แก่ ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 0.09 และ อิสลามร้อยละ 0.03



ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดหนองบัวลำภู (Gross Provincial Product : GPP)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดหนองบัวลำภู ปี พ.ศ.2551 มูลค่าเพิ่ม ณ ราคาประจำปี มีมูลค่า16,369 ล้านบาท ขยายตัวจากปี พ.ศ.2550 ร้อยละ 6.48 สาขาการผลิตที่มีมูลค่าการผลิตสูงที่สุดคือสาขาการเกษตรฯ มีส่วนแบ่งร้อยละ 29.04 ของมูลค่าการผลิตทั้งจังหวัด อันดับที่สอง คือ สาขาการศึกษา ร้อยละ 14.84 อันดับที่สาม คือ สาขาอุตสาหกรรม มีส่วนแบ่ง ร้อยละ 13.89

รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร ในปี พ.ศ. 2551 จังหวัดหนองบัวลำภู มีมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อหัวต่อปี (ข้อมูลเบื้องต้น)(Gpp Per cappita) 30,918 บาท และลำดับที่ 75 ของประเทศ และเมื่อพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลังพบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 

ทรัพยากรป่าไม้

จากการแปลภาพถ่ายดาวเทียม Landsat-5 ปี พ.ศ. 2546 - 2547 มาตราส่วน 1:50,000 พบว่าจังหวัดหนองบัวลำภู มีเนื้อที่รวมทั้งจังหวัด 3,859.1 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,411,937.5 ไร่ ซึ่งเมื่อมีการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นรายตำบล พบว่า

• มีพื้นที่ป่าไม้คงเหลือ 566.51 ตารางกิโลเมตร หรือ 354,063 ไร่คิดเป็นร้อยละ 14.68 ของพื้นที่จังหวัด

• มีพื้นที่แหล่งน้ำ 133.70 ตารางกิโลเมตร หรือ 83,562.5 ไร่คิดเป็นร้อยละ 3.46 ของพื้นที่จังหวัด

• พื้นที่อื่นๆ 3,394.91 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,121,818.7 ไร่คิดเป็นร้อยละ 87.97 ของพื้นที่จังหวัด

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (20 ก.พ. 49)

แหล่งน้ำธรรมชาติ จังหวัดหนองบัวลำภูขาดแคลนแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่และขนาดกลาง เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบสูง มีแหล่งน้ำในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญในเขตอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ได้แก่

- ลำพะเนียง ต้นน้ำเกิดจากภูเขาในเขต อ.นาด้วง จ.เลย ความยาวประมาณ 314กม. เป็นลุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของราษฎรท้องถิ่นที่ อ.นาวัง อ.ศรีบุญเรือง อ.เมืองฯอ.นากลาง และ อ.โนนสัง ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมรวมเนื้อที่ 1,195,000 ไร่ ไหลผ่านพื้นที่ชุมชน 29 ตำบล 195 หมู่บ้าน 31,443 ครัวเรือน ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ จำนวน 249,888 คน

- ลำน้ำโมง ต้นน้ำเกิดจากภูเขาเขต อ.นาด้วง จ.เลย บริเวณภูซางใหญ่และภูเขาเขตอ.สุวรรณคูหา และอ.นากลาง ความยาวประมาณ 113 กม. เป็นลุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของราษฎรท้องถิ่น อ.นากลาง อ.สุวรรณคูหา อ.นาวัง และ อ.เมืองหนองบัวลำภู ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรม รวมเนื้อที่ 1,685,789 ไร่ ไหลผ่านพื้นที่ชุมชน 51 ตำบล ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ59,937 ครัวเรือน 270,303 คน

นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำขนาดเล็กที่สำคัญ ได้แก่ ลำห้วยมอ ยาวประมาณ 22 กม. ลำน้ำพวยยาวประมาณ 30 กม. ลำห้วยโซม ยาวประมาณ 21 กม. ลำห้วยโคโล่ ยาวประมาณ 30 กม. เป็นต้นโดยสภาพแหล่งน้ำจะมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดเล็ก ห้วยตื้น น้ำไม่ขังตลอดทั้งปี ก่อให้เกิดภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองบัวลำภู อ้างถึงในรายงานผลการปฏิบัติราชการประจำปี 2548 จังหวัดหนองบัวลำภู

ทรัพยากรแร่ แหล่งแร่ที่พบ คือ

* แร่แกรนิต แร่ถ่านหิน พบที่อำเภอนากลางและอำเภอสุวรณคูหา

* แร่แบไรต์ พบที่อำเภอสุวรรณคูหา

* ภูเขาหินปูน ซึ่งเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมระเบิดย่อยหิน พบที่อำเภอนากลาง อำเภอนาวัง อำเภอสุวรรณคูหาและอำเภอศรีบุญเรือง

ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู 

ทรัพยากรดิน จังหวัดหนองบัวลำภู ประกอบด้วยชุดดินโคราช / โพนพิสัย ร้อยเอ็ด / โคราช ท่ายางศรีเชียงใหม่ พิมาย ราชบุรี ศรีสงคราม บรบือ เพ็ญ เลย นครพนม เขาย้อย สันป่าตอง เพียปากช่อง และท่าลี่

ดินส่วนใหญ่ในจังหวัดหนองบัวลำภู ดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทรายหน้าดินค่อนข้างตื้นชั้นล่างยังคงเป็นดินเหนียว ดินลูกรัง มีการระบายน้ำค่อนข้างเร็วส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอศรีบุญเรือง อำเภอโนนสังและอำเภอเมือง ส่วนดินเหนียวปนทรายชั้นล่างเป็นดินลูกรังอยู่ในเขตอำเภอสุวรรณคูหา 

 

พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวเหนียว ข้าวจ้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ข้าวโพด-เลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ผลไม้ โดยมียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่

สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ คือ โคเนื้อ สุกร และไก่เนื้อประมงน้ำจืด พื้นที่ทำการประมงที่สำคัญอยู่บริเวณอำเภอโนนสัง ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น สัตว์น้ำจืดที่จับได้ ได้แก่ ปลา และกุ้งก้ามกราม

ด้านอุตสาหกรรม

โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร (แปรรูปผลผลิตด้านการเกษตร) ร้อยละ 88.94รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมอโลหะ สัดส่วนร้อยละ 3.66 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ผลิตอิฐมอญอุตสาหกรรมขนส่ง ร้อยละ 1.14 และอุตสาหกรรมอื่นๆ ร้อยละ 6.26 การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการย่อยหิน จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพในด้านการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และการย่อยหิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงโม่หินในพื้นที่อำเภอนากลางและอำเภอนาวัง มีตลาดรองรับส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ได้แก่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดหนองคาย และจังหวัดเลย

 



งานนเรศวรมหาราชและงานกาชาด หนองบัวลำภู (จัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 28 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ บริเวรสนามนเรศวร หน้าศูนย์ราชการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจังหวัดหนองบัวลำภู

            สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระสุทธิกษัตรีประสูติที่เมืองพิษณุโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2089 เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2133 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 24 แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นกับกรุงหงสาวดี เมื่อปีพุทธศักราช 2127 หลังจากต้องเสียเอกราชเป็นเวลา 15 ปี ทรงมีพระอัจฉริยภาพอย่างยอดเยี่ยมในการทำสงคราม และทรงเป็นจอมทัพที่กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยากที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือน จึงทรงชนะศึกสงครามตลอดรัชกาล นับตั้งแต่ทรงศึกชนะพระมหาอุปราชาในสงครามยุทธหัตถี เมื่อวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2135 พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วสุวรรณภูมิ ไม่มีข้าศึกกล้ารุกรานประเทศไทยเป็นเวลาสืบต่อยาวนานถึง 174 ปี ชื่อเสียงเลื่องลือเป็นที่เชื่อถือของนานาประเทศ ในยุโรป ต่างส่งทูตมาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศไทย เศรษฐกิจของชาติเจริญรุ่งเรือง ราษฎรร่มเย็นเป็นสุข จึงได้รับถวายพระนามเป็น "มหาราช" ทรงดำรงสิริราชสมบัติเป็นเวลา 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พุทธศักราช 2148 ณ เมืองหาง

            เมื่อปีพุทธศักราช 2117 ทรงตามเสด็จสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดายกทัพไปตีลานช้างได้พักทัพ ณ บริเวณหนองบัว เมืองหนองบัวลำภู แต่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระประชวรด้วยไข้ทรพิษ จึงได้ยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา ชาวเมืองหนองบัวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช   เมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2510  โดยกรมศิลปากร เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของอนุชนรุ่นหลังสืบไป  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ  เมื่อวันที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2511  ชาวหนองบัวลำภู จึงถือเป็นประเพณีในการประกอบพิธีสักการะบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2511 เป็นต้นมา ซึ่งต่อมารัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็น "วันกองทัพไทย" จังหวัดจึงได้กำหนดเป็นวันบวงสรวงสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนได้กำหนดให้พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญในรูปตราประจำจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อความเป็นสิริมงคล  ทั้งนี้ จังหวัดหนองบัวลำภูนับเป็นจังหวัดที่มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพียงแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

004
002 003

          สำหรับกำหนดการจัดงานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช - กาชาดหนองบัวลำภู มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18 - 27 มกราคม ของทุกปี  ณ สนามสมเด็จนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง  จังหวัดหนองบัวลำภู  โดยกำหนดพิธีการในวันแรกของงาน ออกเป็น 2 ช่วง คือ

  • 1) ช่วงเช้า พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ บริเวณหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 
  • 2) ช่วงบ่าย พิธีเปิดงาน " สักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช - กาชาดหนองบัวลำภู" ประจำปี 2553 โดยมีขบวนแห่จากทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาต่างๆรูปแบบการจัดงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
  •        1) การจัดกิจกรรมภายในบริเวณสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้แก่
  •           - การออกร้านนิทรรศการ ผลงานของส่วนราชการ
  •           - การออกร้านมัจฉากาชาด
  •           - การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)
  •           - การประกวดธิดากาชาด การประกวดร้องเพลงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
  •           - การเดินแบบแสดงผ้าไทยการกุศล
  •           - มหรสพสมโภช
  •       2) การจัดกิจกรรมภายนอกงาน ได้แก่ การแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น กอล์ฟการกุศล ฟุตซอล เปตอง หรือชนิดกีฬาอื่นๆ

งานเทศกาลขึ้นเขาไหว้พระถ้ำเอราวัณ (จัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 12 - 16 เมษายน บริเวณถ้ำเอราวัณ อำเภอนาวัง)

   ประเพณีขึ้นเขาไหว้พระ  เมื่อเดือนธันวาคม  ๒๕๓๗  กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศจัดตั้งจังหวัดหนองบัวลำภูและกิ่งอำเภอนาวังก็ได้ฐานะขึ้นพร้อมกับจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรกคือนายประภา  ยุวานนท์ ได้ดำริการจัดงานสำคัญของจังหวัดขึ้น โดยมีผู้เสนอการจัดงานขึ้นเขาไหว้พระ และได้ประชุมปรึกษาหารือว่าจะเลือกเอาที่ไหนดีในระหว่างที่มีที่เหมาะสมอยู่ ๓  แห่ง ตามคำขวัญของจังหวัด คือ (อุทยานแห่งชาติ  ภูเก้า  -  ภูพานคำ  แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ )  ที่ประชุมมีมติ เห็นควรจัดที่ถ้ำเอราวัณ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เหมาะสม เช่นถ้ำเอราวัณ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก่อน เส้นทางคมนาคมสะดวก ตลอดจนมีความพร้อมในระดับท้องถิ่นด้วย 

02 04

            ปี ๒๕๓๘ ได้มีการจัดงานขึ้นเขาไหว้พระ  ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งได้จัดงานในช่วงสงกรานต์โดยมีนายประภา  ยุวานนท์ ผู้ว่าราชกาจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธี มี    นายวีระ  จันทรทิพรักษ์  ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอนาวัง เป็นประธานจัดงาน รวมทั้งกำนันตำบลวังทอง  นายล้วน บุญมาตร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ด้วย โดยมีรูปแบบการจัดงาน  มีการประกวดขบวนแห่นางผมหอม  ของแต่ละตำบล ประกวดนางผมหอม  พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำเอราวัณ  ประกวดดนตรีพื้นเมือง  และการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง มากมาย  จากนั้นมาก็ได้กำหนดจัดงานประเพณีขึ้นเขาไหว้พระขึ้นทุกปี โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๕ เมษายนของทุกปี จนถึงปัจจุบัน

งานบุญบั้งไฟ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือประมาณเดือนพฤษภาคม)

  ประเพณีบุญบั้งไฟ   ประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอศรีบุญเรือง  ได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี  ในงานจะมีการประกวดขบวนแห่  ประกวดผาแดง-นางไอ่ มีการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ  การฟ้อนรำ  การแสดงหมอลำ  การสาธิตวิธีการทำนา  การสู่ขวัญ  ในขบวนแห่ตอนหัวขบวนจะมีรถที่แห่บั้งไฟมีการประดับประดาบั้งไฟอย่างวิจิตรตระการตา  สวยงามไม่แพ้จังหวัดใดเลยที่เดียว  ต่อมาจะเป็นรถแห่ผาแดง - นางไอ่ ซึ่งคู่ผาแดง - นางไอ่ จะมีคัดเลือกจากเด็กสาว เด็กชายที่มีหน้าตาดี  บุคลิกดีในชุมชนต่าง ๆ เข้าร่วมการประกวด มีการประดับประดารถ  ม้า  ของผาแดง - นางไอ่  อย่างวิจิตรตระการตาสวยงามมาก  ต่อมาจะเป็นการสาธิตประเพณี  ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง ๆ  แล้วแต่ว่า  ชุมชนใดจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร  เป็นต้นว่า  มีการสาธิตการถอนต้นกล้า  มีการสาธิตการตำข้าว  มีการสาธิตการเล่นหมอลำซิ่ง  มีการสาธิตการสาวไหม  ต่อมาจะเป็นขบวนฟ้อนรำของแต่ละชุมชน

01 02

ซึ่งในแต่ละปีจะมีการแข่งขบวนฟ้อนรำว่า ขบวนฟ้อนรำของชุมชนใด จะมีความพร้อมเพรียงสวยงามมากที่สุด  พิธีการต่าง ๆ  จะเริ่มประมาณเที่ยงหรือก่อนเที่ยงไปสิ้นสุดเอาตอนเย็น  ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรเนื่องจาก ขบวนแห่ของแต่ละชุมชน มีความยาวมากประมาณ ๒๐๐ -๓๐๐  เมตร ซึ่งขบวนแห่  ได้สร้างความสนุกสนาน  เป็นที่สนใจของชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ได้มาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก  ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นการแสดงออกถึงภูมิปัญญา  และความชาญฉลาดของชาวอีสานที่เน้นความรักความสามัคคี  และมีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมชาวอีสาน  ซึ่งชาวอำเภอศรีบุญเรือง ได้ร่วมกันสืบทอดและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามไว้อย่างดีเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบทอดต่อไป

เทศกาลเที่ยวหอยหิน กินลำไย ไหว้หลวงปู่ขาว (จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนสิงหาคม บริเวณชุมชนบ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

   เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไยในตำบลโนนทัน ให้สามารถมีตลาดและจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าที่เป็นของป่า ศึกษาวิวัฒนาการของซากหอยและฟอสซิล ไดโนเสาร์ และทำใจให้สงบอยู่ในเนื้อนาบุญ ตลอดจนท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่หลากหลาย 

ประเพณีบุญผะเหวด(อำเภอโนนสัง)

               บุญผะเหวด  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  บุญมหาชาติ  เป็นงานบุญที่พระสงฆ์ได้แสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก  ซึ่งเป็นเรื่องราวที่กล่าว ถึงพระจริยาวัตรขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสวยชาติเป็นพระเวสสันดร หรือเรียกว่า  มหาเวสสันดรชาดก      มีความยาวถึง  ๑๓  กัณฑ์   การทำบุญผะเหวดจะมีขึ้นในเดือนสี่  ชาวบ้านจะกำหนดวันกันเอง  โดยไม่ให้ตรงกันกับหมู่บ้านใกล้เคียง  ก่อนเทศน์  ๑  วัน  ชาวบ้านจะจัดพิธีรับผะเหวดเข้ามาสู่เมือง  ในการจัดขบวนแห่จะมีดนตรีประโคม  ประกอบด้วย  ฆ้อง  กลอง  ผ้าผะเหวดและคนร่วมขบวน  เมื่อขบวนไปถึงบริเวณที่สมมติให้ผะเหวดอยู่  ก็จะเอาขันธ์  ๕  ใส่คายเงินไปนิมนต์  พระภิกษุที่สมมติเป็นผะเหวดจะรับนิมนต์ และแสดงธรรมเทศนาสอนพุทธบริษัทก่อนแล้ว  จึงแห่ผะเหวดเข้าเมือง

01 05

    หลังจากนั้นพระภิกษุก็จะแสดงธรรมเทศนากัณฑ์สังกาศจนจบ  ต่อมาตอนเช้ามืดชาวบ้านก็จะออกไปแห่ข้าวพันก้อน   แล้วฟังเทศน์มาลัยหมื่น  มาลัยแสนและพระเวสสันดรชาดกจนครบ  ๑๓  กัณฑ์  ในระหว่างกลางวันที่ญาติโยมออกไปฟังเทศน์นั้น  จะมีการทำบุญเลี้ยงพระไปด้วย  และตามความเชื่อที่ว่าถ้าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาเวสสันดรชาดกจบภายในวันเดียวแล้วจะได้พบกับศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย ชาวอำเภอโนนสัง  จึงจัดงานบุญผะเหวดนี้ติดต่อกันทุกปี

เทศกาลน้ำตกเฒ่าโต้ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนกันยายน บริเวณวนอุทยานเฒ่าโต้ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

ประเพณีบุญข้าวจี่ยักษ์  

จะเป็นบุญประเพณีเดือน ๓ ซึ่งเป็นความเชื่อตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน เป็นการทำบุญหลังจากที่ได้ข้าวใหม่  ชาวบ้านจะทำข้าวจี่โดยใช้ข้าวเหนียวใหม่นึ่งจนสุก เคล้าเกลือแล้วย่างไฟจนเกรียมหอม ก่อนเอามาทาด้วยไข่ไก่ที่ตีไว้จนทั่ว แล้วนำไปย่างต่อจนสุก การทาไข่จะทาแล้วย่างสลับไปมาสัก ๓ ครั้ง เมื่อได้ข้าวจี่ทาไข่ที่หอมกรุ่นแล้วจะนำน้ำอ้อยมาใส่ในรูที่ถอดไม้ไผ่ออก ก็จะได้ข้าวจี่ทาไข่ที่มีรสชาติอร่อย หอมหวาน 

02 04

  จากนั้นชาวบ้านจะนำข้าวจี่ไปรวมกันที่วัดแล้วถวายพระ ก่อนที่จะนำกลับมาแจกลูกหลานที่รออยู่บ้าน   การทำบุญข้าวจี่นี้ชาวบ้านจัดทำติดต่อกันมาทุกปี    โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วัดถ้ำสุวรรณคูหา  ทางเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา  ได้จัดทำข้าวจี่ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน  และยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นเป็นหลัก  จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ของจังหวัดหนองบัวลำภู

งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราช (อำเภอนากลาง)

            อำเภอนากลาง  ได้ร่วมมือกันจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา   ๕  ธันวามหาราช  ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงความรู้รักสามัคคี   ถวายความดี  แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  ๕  ธันวามหาราช   เทศบาลตำบลนากลางร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในเขตอำเภอนากลาง  จัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา  ๕  ธันวามหาราช  "รวมใจภักดิ์  รักในหลวง"  โดยได้รับความเห็นชอบตามมติที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ  ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่  ๓-๗  ธันวาคม  ของทุกปี

01 05
  

 



อำเภอนาวัง

อำเภอสุวรรณคูหา

อำเภอนากลาง

 



อำเภอศรีบุญเรือง

อำเภอโนนสัง

อำเภอเมือง

 



 

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

ประวัติศาสตร์

การปกครอง


เว็บไซต์วิกิพีเดีย  จังหวัดหนองบัวลำภู - วิกิพีเดีย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

ประชากรและสภาพทางสังคม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

 

เว็บไซต์จังหวัดหนองบัวลำภู 

http://www.nongbualamphu.go.th/th/

การเลือกตั้ง

 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดหนองบัวลำภู

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ประเพณีและวัฒนธรรม   http://www.nongbualamphu.go.th/th/index.php?option=com_content&view=category&id=49&Itemid=90
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ   http://www.nongbualamphu.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=74:2011-04-12-05-46-50&catid=48:2011-04-12-05-45-55&Itemid=91 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ต้นพะยูง

thongthailand.igetweb.com    

panmai.com

ดอกบัวหลวง

http://www.nongbualamphu.go.th

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดหนองบัวลำภู - วิกิพีเดีย

แผนที่อาณาเขต

thaienergydata.in.th

เทศกาลเที่ยวหอยหิน กินลำไย ไหว้หลวงปู่ขาว

travel.kapook.com





Warning: mysql_free_result(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/apectha/public_html/apec/th/th_provinces3.php on line 399