Search :
  Language   :   Thai   |   English  
  เศรษฐกิจ 76 จังหวัด
  เศรษฐกิจภูมิภาค
  เศรษฐกิจการค้าชายแดน
  แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
  คลังข้อมูลเศรษฐกิจ 76 จังหวัด

+ ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด
+ ประวัติศาสตร์
+ สภาพทางภูมิศาสตร์
+ การปกครอง
+ ประชากรและสภาพทางสังคม
+ การเลือกตั้ง
+ ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
+ ประเพณีและวัฒนธรรม
+ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
+ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
+ รายการอ้างอิง

ตราสัญลักษณ์

ไฟล์:Seal Loei.png

เป็นภาพพระธาตุศรีสองรัก ลักษณะอุเทลิกเจดีย์ สร้างเป็นอนุสรณ์การปักปันเขตแดนในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุทธยากับพระไชยเชษฐา แห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทน์) ก่อสร้างเมื่อประมาณจุลศักราช 922(พ.ศ.2103) เสร็จเมื่อจุลศักราช 925(พ.ศ.2106) ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุศรัสองรัก ซึ่งเป็นวัดที่ไม่มีพระภิษุสงฆ์พำนัก ริมแม่น้ำหมัน บ้านห้วนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย องค์พระธาตุก่ออิฐ ถือปูนมีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกว้างด้านละ 10.47 เมตร สูง  19.19  เมตร บนยอดพระธาตุมีแก้วครอบเป็นโคม มีกระดิ่งลูกเล็กๆแขวนอยู่เหนือโคม  กรมศิลปกรประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ  เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478  

คำขวัญประจำจังหวัด

เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม 

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

ต้นสนสามใบ

ดอกพุด (อินถะหวา) 

 



มีหลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาว่า ก่อตั้งโดยชนเผ่าไทยที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ก่อตั้งอาณาจักรโยนกเชียงแสน โดยพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง (เชื่อถือกันว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์สิงหนวัติ) ได้มีผู้คนอพยพจากอาณาจักรโยนกเชียงแสนที่ล่มสลายแล้ว ผ่านดินแดนล้านช้าง ข้ามลำน้ำเหืองขึ้นไปทางฝั่งขวาของลำน้ำหมันถึงบริเวณที่ราบ พ่อขุนผาเมืองได้ตั้งบ้านด่านขวา (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณชายเนินนาด่านขวา ซึ่งมีซากวัดเก่าอยู่ในแปลงนาของเอกชน ระหว่างหมู่บ้านหัวแหลมกับหมู่บ้านนาเบี้ย อำเภอด่านซ้าย) ส่วนพ่อขุนบางกลางหาวได้แบ่งไพร่พลข้ามลำน้ำหมันไปทางฝั่งซ้าย สร้างบ้านด่านซ้าย (สันนิษฐานว่าอยู่ในบริเวณหมู่บ้านเก่า อำเภอด่านซ้ายในปัจจุบัน) ต่อมาจึงได้อพยพเลื่อนขึ้นไปตามลำน้ำไปสร้างบ้านหนองคู และได้นำนามหมู่บ้านด่านซ้าย มาขนานนามหมู่บ้านหนองคูใหม่ เป็น "เมืองด่านซ้าย" อพยพไปอยู่ที่เมืองบางยางในที่สุด โดยมีพ่อขุนผาเมืองอพยพผู้คนติดตามไปตั้งเมืองราด (เชื่อว่าเป็นเมืองศรีเทพ อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพและอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์) และตั้งเมืองด่านซ้าย เป็นเมืองหน้าด่านทางตะวันออกของเมืองบางยาง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีชาวโยนกอีกกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาตั้งบ้านเรือนระหว่างชายแดนตอนใต้ของอาณาเขต ล้านนา ต่อแดนล้านช้างอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะอพยพหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำเหืองมาตั้งเมืองเซไลขึ้น (สันนิษฐานว่าอยู่ในท้องที่หมู่บ้านทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง) จากหลักฐานในสมุดข่อยที่มีการค้นพบ เมืองเซไลอยู่ด้วยความสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งถึงสมัยเจ้าเมืองคนที่ 5 เกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ฝนฟ้าไม่ตก จึงได้พาผู้คนอพยพไปตามลำแม่น้ำเซไลถึงบริเวณที่ราบระหว่างปากลำห้วยไหลตกแม่เซไล จึงได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นขนานนามว่า "บ้านแห่" (บ้านแฮ่) ส่วนลำห้วยให้ชื่อว่า "ห้วยหมาน"

ในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาเห็นว่า หมู่บ้านแฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำหมาน และอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลย มีผู้คนเพิ่มมากขึ้น สมควรจะได้ตั้งเป็นเมือง เพื่อประโยชน์ในการปกครองอย่างใกล้ชิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นเมืองเรียกชื่อตามนามของแม่น้ำเลยว่า เมืองเลย ต่อมาพ.ศ. 2440 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองพื้นที่ ร.ศ.116 แบ่งการปกครองเมืองเลยออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ อำเภอนากอก (ปัจจุบันอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) อำเภอที่ตั้งเมืองคือ อำเภอกุดป่อง ต่อมา พ.ศ. 2442-2449 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเลยเป็น บริเวณลำน้ำเลย พ.ศ. 2449-2450 เปลี่ยนชื่อบริเวณลำน้ำเลยเป็นบริเวณลำน้ำเหือง และใน พ.ศ. 2450 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหือง ให้คงเหลือไว้เฉพาะ "เมืองเลย" โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่อง เป็น "อำเภอเมืองเลย"



แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดเลย
ที่ตั้ง อาณาเขต

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงไซยะบูลีและแขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงไหลกั้นพรมแดนระหว่างกัน
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองบัวลำภู
  • ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดเพชรบูรณ์
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก
  • จังหวัดเลยมีระยะทางจากจังหวัดนครราชสีมา371กิโลเมตร

สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงกระจัดกระจาย โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางด้านใต้ของจังหวัด ทั้งนี้ยังมีแหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำโขง ในบริเวณตอนบนของจังหวัด

ภูมิประเทศ

จังหวัดเลย งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 11,424.612 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,140,382 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 6.77 ของพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดเลยตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงโคราช หรือที่เรียกกันว่า แอ่งสกลนคร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทิวเขาในแนวทางทิศเหนือใต้ และจะมีพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาที่ไม่ใหญ่มากนัก สลับกันอยู่ในแนวเทือกเขา

ภูมิอากาศ

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศ เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -1.3 องศาเซลเซียส (2 มกราคม พ.ศ. 2517) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 43.5 องศาเซลเซียส (25 เมษายน พ.ศ. 2517) อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 26.1 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิที่หนาวจัดในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม โดยช่วง 12 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 2.7 องศาเซลเซียส (พ.ศ. 2542) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 42.5 องศาเซียลเซียส (พ.ศ. 2541)

Climate

ข้อมูลภูมิอากาศของLoei (1961-1990)
เดือนม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.ปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย (°C (°F)) 29
(84)
32
(90)
34
(93)
35
(95)
33
(91)
32
(90)
32
(90)
31
(88)
31
(88)
30
(86)
29
(84)
28
(82)
31.3
(88.4)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย (°C (°F)) 13
(55)
16
(61)
19
(66)
21
(70)
23
(73)
23
(73)
23
(73)
23
(73)
22
(72)
21
(70)
18
(64)
14
(57)
19.7
(67.4)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 6
(0.24)
17
(0.67)
37
(1.46)
95
(3.74)
213
(8.39)
164
(6.46)
159
(6.26)
177
(6.97)
226
(8.9)
117
(4.61)
17
(0.67)
3
(0.12)
1,231
(48.46)

 



 

การปกครองแบ่งออกเป็น 14 อำเภอ 89 ตำบล 839 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองเลย
  2. อำเภอนาด้วง
  3. อำเภอเชียงคาน
  4. อำเภอปากชม
  5. อำเภอด่านซ้าย
  6. อำเภอนาแห้ว
  7. อำเภอภูเรือ
  8. อำเภอท่าลี่
  9. อำเภอวังสะพุง
  10. อำเภอภูกระดึง
  11. อำเภอภูหลวง
  12. อำเภอผาขาว
  13. อำเภอเอราวัณ
  14. อำเภอหนองหิน

หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายพรศักดิ์ เจียรณัย
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

นายธงชัย ลืออดุลย์

นายอุดมศักดิ์     จรกิจ

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายชัยภัทร       หิรัณยเลขา
 

หน่วยงานบริหารราชการ 

            ส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค                              N/A      แห่ง

            ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง                                 N/A      แห่ง

            ส่วนราชการสังกัดส่วนท้องถิ่นได้แก่

                        เทศบาลเมือง                                           5        แห่ง

                        เทศบาลตำบล                                        18        แห่ง

                        องค์การบริหารส่วนจังหวัด                         1        แห่ง

                        องค์การบริหารส่วนตำบล             75        แห่ง

ลำดับที่

อำเภอ

จำนวนหมู่บ้านในแต่ละอำเภอ
(หมู่บ้าน)

จำนวนเทศบาลในแต่ละอำเภอ
(เทศบาล)

จำนวนอบต. ในแต่ละอำเภอ
(อบต.)

จำนวนตำบล
ในแต่ละอำเภอ

1

เมืองเลย

135

5

9

13

2

นาด้วง

41

2

3

4

3

เชียงคาน

82

3

7

8

4

ปากชม

50

2

6

6

5

ด่านซ้าย

97

1

10

10

6

นาแห้ว

34

1

4

5

7

ภูเรือ

47

1

4

6

8

ท่าลี่

41

1

5

6

9

วังสะพุง

144

1

10

10

10

ภูกระดึง

54

1

4

4

11

ภูหลวง

46

0

5

5

12

ผาขาว

64

2

3

5

13

กิ่งอำเภอเอราวัณ

47

2

2

4

14

กิ่งอำเภอหนองหิน

34

1

3

3


รวม

916

23

75

89

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด



จังหวัดเลยมีประชากร 624,920 คน (พ.ศ. 2554) มีโครงสร้างทางสังคมแบบประเพณีนำ คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ต่างจากคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั่วๆ ไปซึ่งเป็นคนไทยเผ่าพวน แต่เป็นคนไทยเผ่าลื้อจากลานช้างและหลวงพระบาง เช่นเดียวกัน

กลุ่มเชื้อชาติประชากร

ชาวไทเลย

ไทเลย เป็นชื่อเรียกคนเมืองเลย ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า คนเมืองเลยคือกลุ่มชนที่อพยพจากชายแดนตอนเหนืออาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากไทหลวงพระบาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเซไล (บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุง ปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2396 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านแห่ (บ้านแฮ่ปัจจุบัน) ได้ตั้งบ้านเรือนเรียกว่าเมืองเลย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองเลยก็รวมตัวกันเป็นเมืองใหญ่ โดยการรวมตัวของ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ ซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร อำเภอด่านซ้าย ซึ่งขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก เมืองเชียงคาน ซึ่งขึ้นกับเมืองพิชัย อำเภอต่าง ๆ เหล่านี้จึงโอนขึ้นกับเมืองเลยทั้งหมดตั้งแต่ พ.ศ. 2450 เป็นต้นมา

ชาวไทเลยจะมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากดั้งเดิม มีสำเนียงพูดที่แปลกและนิ่มนวล พูดสุภาพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัยรักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ได้แก่ "ฮีตสิบสอง-คองสิบสี่" คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี

บ้านชาวไทเลยเป็นเรือนหลังใหญ่ ยกพื้นสูงมีระเบียงหรือชานยื่นออกมาหน้าเรือน มีเรือนครัวซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างแยกต่างหากโดยมีชานต่อเชื่อมติดกัน สำหรับหลังคาของเรือนนอนมุงด้วยหญ้าคาหรือไม้แป้นเก็ด ฝาเรือน พื้นเรือนนิยมทำด้วยไม้แผ่นเรียกว่า ไม้แป้น ส่วนเสาจะใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นต้นๆ หรืออิฐก่อเป็นเสาใหญ่ มีบันไดไม้พาดไว้สำหรับขึ้นลง ส่วนเรือนครัวมุงด้วยหญ้าคา ฝาและพื้น จะนิยมทำด้วยฟากไม้ไผ่สับแผ่ออกเป็นแผ่น และเสาจะทำด้วยไม้เนื้อแข็งเช่นกัน

จังหวัดเลย มีคนพื้นเมืองที่มีเชื้อชาติไทย ซึ่งเรียกตัวเองว่า ไทเลย เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ก็มีคนเชื้อชาติจีน ชาวเขา ไทดำ ไทพวน

ชาวไทดำ

ชาวไทดำ อพยพมาจากแคว้นพวน ในประเทศลาวปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านั้นอยู่ที่แคว้นสิบสองจุไท ซึ่งเป็นบ้านเกิดเดิมของชาวไทดำ ในอดีตแคว้นสิบสองจุไทเป็นเขตอาณาจักรสยาม ปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนาม เมื่อปีพ.ศ. 2417 เมื่อพวกฮ่อยกกำลังมาตีเมืองเชียงขวาง ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญในแคว้นพวน จึงได้เริ่มอพยพลงมาตามเส้นทางเรื่อยๆ จนได้มาพักที่บ้านน้ำก้อใหญ่ ตำบลน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมามีชาวไทยดำกลุ่มหนึ่ง ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขง ไปยังบ้านน้ำกุ่ม แขวงเวียงจันทน์ แต่ในขณะนั้นเขตเวียงจันทน์มีปัญหาการเจรจากับฝรั่งเศส ไทดำจึงข้ามแม่น้ำโขงกลับมาตั้งหมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิม และถาวรจนถึงปัจจุบัน ที่หมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน เมื่อปี พ.ศ. 2438 มี 15 ครัวเรือน ปัจจุบันชาวไทดำ มีจำนวน 825 ครัวเรือน มีอาชีพส่วนใหญ่ทางการเกษตรกรรม

ชาวไทพวน

ชาวไทพวน ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านบุฮมและบ้านกลาง อำเภอเชียงคาน จากถิ่นฐานเดิมที่เมืองเตาไห หลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อครั้งพวกจีนฮ่อ กลา เวียง รุกรานเมืองเตาไห

ชาวไทใต้

ชาวไทใต้ อพยพมาจากภาคอีสานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเลย ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดยโสธร เมื่อ พ.ศ. 2506 จะพบชาวไทใต้จำนวนมากที่อำเภอเอราวัณ และอำเภอนาด้วงภาษาพูด แตกต่างจากภาษาไทเลย เพราะได้สืบทอดมาจากถิ่นเดิมของตน เช่น ภาษาไทยอีสาน ภาษาถิ่นอุบล ภาษาไทยโคราช

ศาสนา 

                มีวัดศาสนาพุทธที่ได้วิสุงคามสีมา  จำนวน 215   วัด  เป็นพระอารามหลวง 1 วัด  ส่วนจำนวนวัดทั้งจังหวัดแยกเป็น ธรรมยุตินิกาย 269 วัด  มหานิกาย  727 วัด    โบสถ์ศาสนาคริสต์  จำนวน 14 แห่ง  มัสยิด 1 แห่ง 

                       การนับถือศาสนา

                         - ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ                              จำนวน  625,637  คน

                        - ประชาชนนับถือศาสนาคริสต์                             จำนวน      2,230  คน

                        - ประชาชนนับถือศาสนาอิสลาม                           จำนวน         180  คน

                        - ประชาชนนับถือศาสนาซิก                               จำนวน           12  คน

ภาษา

มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ เพราะกลุ่มคนที่อาศัยปัจจุบันนี้มีประวัติการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้าง ต่อมาต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ชาวหลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรมด้านภาษาอีสานถิ่นอื่นเข้ามาด้วย โดยภาษาเลยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาเมืองแก่นท้าว ภาษาอำเภอด่านซ้าย และภาษาอำเภอเมืองเลย ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบาง แต่บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมือง ส่วนคนในวังสะพุงจะพูดเสียงห้วนกว่าชาวเลยถิ่นอื่น



ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย


เขต 1

ปรีชา เร่งสมบูรณ์

พรรคเพื่อไทย

เขต 2

นันทนา ทิมสุวรรณ

พรรคเพื่อไทย

เขต 3

เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

พรรคเพื่อไทย

เขต 4

วันชัย บุษบา

พรรคเพื่อไทย


ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเลย



ดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจ

ในที่นี้เป็นการนำเสนอดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจซึ่งประกอบด้วย GPP และราคาพลังงานขั้นสุดท้ายจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิง รายละเอียดมีดังนี้

1. GPP  (Gross  Provincial  Product) 

GPP คือ  ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของ  GDP  ของประเทศ   (Gross  Domestic  Product)   ซึ่งการจัดทำ  GDP  และ  GPP  นั้น  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  เป็นผู้จัดทำมาโดยตลอด  ซึ่งแสดงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัด เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจและระดับรายได้ของจังหวัด ระหว่างจังหวัด เป็นเครื่องมือในการวางแผนกำหนดนโยบาย และกำหนดมาตรการแก้ปัญญาทางเศรษฐกิจ ใช้ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการผลิตและจำหน่าย ของภาคเอกชน โดย GPP ของจังหวัดเลย แสดงตามรูป 1

 

img 

รูป 1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดเลย ปี 2546-2551


จาก รูป พบว่า จังหวัดเลย มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดูได้จากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมตั้งแต่ปี 2546-2551 โดยในปี 2551 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเท่ากับ 36,001.00 ล้านบาท โดยสาขาที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงสุดคือ สาขาเกษตรกรรม เท่ากับ 13,706.00 ล้านบาทและสาขาที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมน้อยที่สุดคือ ลูกจ้างในครัวเรือน 27.00 ล้านบาท โดยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,059.10 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 6.07 เปอร์เซ็นต์เทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมปีก่อน โดยสาขาเกษตรกรรม เป็นสาขาที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด เพิ่มขึ้นมากที่สุด เท่ากับ 1,205.90 ล้านบาท รองลงมาคือการขายส่ง/ปลีก เพิ่มขึ้น 526.80 ล้านบาทและสาขาการผลิตอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 448.20 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน สาขาที่มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมลดลงคือ สาขาเกษตรกรรม, สาขาการประมง, สาขาการทำเหมืองแร่, สาขาการผลิตอุตสาหกรรม, สาขาการไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา โดยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ลดลงจากปีก่อน 5.80 ล้านบาท, 9.50 ล้านบาท, 12.40 ล้านบาท, 25.50 ล้านบาท, 816.80 ล้านบาท ตามลำดับ


2. ราคาพลังงานขั้นสุดท้ายจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิงในส่วนนี้เป็นการนำเสนอราคาพลังงานขั้นสุดท้ายจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิงของจังหวัดเลย แสดงดังรูป 2

img

รูป 2 ราคาพลังงานขั้นสุดท้ายจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิง


จากรูปพบว่าแนวโน้มราคาพลังงานในจังหวัดเลย (โดย อ้างอิงราคาพลังงานเมื่อ สิ้นปีเป็นหลัก) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จากข้อมูลราคาพลังงานปี 49 พลังงานที่มีราคาสูงสุดคือ น้ำมันเบนซิน 95 ราคา 44.47 บาทต่อลิตร รองลงมาคือน้ำมันก๊าด ราคา 41.61 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนช้า ราคา 27.04 บาทต่อลิตร ตามลำดับ โดยมีเชื้อเพลิงที่พึ่งจำหน่ายในปี 49 คือ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 16.07 บาทต่อลิตร 

ด้านแรงงาน



ประเพณีไหลเรือไฟ

 ประวัติ / ความเป็นมา
งานประเพณีไหลเรือไฟ หรือ เฮือไฟ ( ในภาษาท้องถิ่น ) เป็นประเพณีที่จัดขึ้นทั่วไปในหลายจังหวัดใน ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดที่ตั้งอยู่ติดลำน้ำ เช่น แม่น้ำมูล-ชี แม่น้ำโขง เป็นต้น การไหลเรือไฟในภาค อีสานนั้นเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันแน่ชัด สันนิษฐานว่าคงมีมาก่อนที่พุทธศาสนาจะ เผยแพร่มาสู่ประเทศไทย เพราะสมัยก่อนกษัตริย์ไทยยังยึดถือพิธีพราหมณ์อยู่โดยได้รับอิทธิพลมาจาก อินเดีย สมัยที่นำอารยธรรมเข้ามาเผยแพร่ในแถบสุวรรณภูมิดังพบว่าประเพณีงานบุญโดดเด่นที่จัดขึ้นใน ภาคอีสานมักเกี่ยวโยงหรือผูกพันกับเรื่องของไฟเกือบทั้งสิ้น เช่น งานแห่เทียนเข้าพรรษา บุญบั้งไฟ พิธี ไหลเรือไฟ เพราะมีความเชื่อว่า "ไฟ" เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งในศาสนาพราหมณ์ เรียกว่า เทพอัคคี มีฐานะ รองจากพระอินทร์ สามารถเผาผลาญสิ่งชั่วร้ายและขจัดความทุกข์ยากให้ดับสลายไปได้
จังหวัดต่างๆ ที่มีการจัดประเพณีไหลเรือไฟขึ้น เช่น จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดเลย จังหวัดนครพนม จังหวัด หนองคาย จังหวัดอุบลราชธานี ฯลฯ มักจัดขึ้นคล้ายคลึงกัน แต่ก็แตกต่างกันในด้านคติ ความเชื่อ จังหวัด เลย มีความเชื่อว่า เป็นการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าว คือ บูชาพระพุทธเจ้า ในวันที่พระ องค์เสด็จลงมาจากเทวโลก หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาที่ดาวดึงส์พิภพ เพื่อจะแสดง พระสักธรรมเทศนาอภิธรรม 7 คัมภีร์ (บทที่ใช้สวดในงานศพ) เพื่อโปรดพุทธมารดา เมื่ออกพรรษาแล้ว พระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์ โดยบันไดทิพย์ทั้ง 3 คือ บันไดทองอยู่เบื้องขวา เป็นที่ลงแห่งหมู่ เทพยดา บันไดเงินเป็นที่ลงแห่งหมู่พรหม ส่วนบันไดแก้วเป็นทางเสด็จพระพุทธเจ้า หัวบันไดอยู่ยอดเขา พระสิเนรุราช ทรงแสดง " โลกวิวรณ์ปาฏิหาริย์ " คือ เปิดโลกโดยทอดพระเนตรไปเบื้องบนถึงพรหมโลก เบื้องต่ำสุดถึงอเวจีนรกและทิศต่างๆ ทั้งแปดทิศ โลกธาตุแห่งหมื่นจักรวาลและเห็นเป็นลานกว้างอันเดียว กันทำให้สวรรค์ มนุษย์ นรกแลเห็นกันและกัน จึงเรียกวันนี้ว่า " วันพระเจ้าโปรดโลก " พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ สถานที่นั่นเรียกว่า "อจลเจดีย์" ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ มนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วย เครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟ ก็ถือเป็นการสักการะบูชาอย่างหนึ่งในวันนั้น

 กำหนดงาน
จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ระหว่างขึ้น 15 ค่ำ ถึง วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 สามารถตรวจสอบรายละ เอียดได้ที่  www.tat.or.th/festival

 กิจกรรม / พิธี
การทำเรือไฟในอดีตนั้นทำด้วยไม้ไผ่และต้นกล้วย ยาวเพียง 5-6 วาเท่านั้น ความสูงไม่เกิน 1 เมตร และ เป็นรูปเรือธรรมดา ทำราวไว้สองข้าง เพื่อวางขี้กะไต้ ตะเกียง หรือโคมไฟ มีการจัด ข้าวปลาอาหาร ขนม นมเนย ฝ้ายไน ไหมหลอด เสื่อผืน บรรจุไว้ข้างใน พอเวลาประมาณ 5 โมงเย็นจะเริ่ม ทำพิธีโดยนิมนต์ พระมาสวดและหลังการรับศีล ฟังเทศน์ ไหว้พระเรียบร้อยแล้ว จึงให้ญาติโยมตกแต่งเรือด้วยดอกไม้ธูป เทียนที่ถือไปบำเพ็ญกุศลนั่นเอง พอย่ำค่ำก็นำเรือไฟออกไปกลางแม่น้ำโขงแล้วจุดไฟปล่อยให้เรือไหล ไปตามลำน้ำส่งแสงระยิบตาเลยทีเดียว
ต่อมาการทำเรือไฟมีวิธีตกแต่งให้วิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้น รู้จักนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประกอบ ทำให้สามารถดัดแปลง เรือไฟให้มีรูปร่างแปลกตาออกไปอีก ทั้งพระภิกษุ สามเณร ชาวบ้านแต่ละคุ้มวัด จะเตรียมจัดทำเรือไฟไว้ล่วงหน้าหลายวัน โดยนำเอาต้นกล้วยทั้งต้นมาเสียบไม้ต่อกันให้ยาว หลายวา วางขนานกันสองแถว กว้างห่างกันพอประมาณ แล้วนำไม้ไผ่เรียวยาวมาผูกไขว้กันเป็นตาราง สี่เหลี่ยมมี ระยะห่างกันคืบเศษวางราบพื้น มัดด้วยลวดให้แน่นและแข็งแรง เพื่อรอการออกแบบภาพบนแผงผู้ออก แบบแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างสวยงามที่สุด เช่น ประดิษฐ์เป็นเรื่องราวตามพระพุทธประวัติหรือสัตว์ ในตำนานบ้างเป็นพญานาค ครุฑ หงส์ เป็นต้น แล้วนำไปปักติดเป็นเสาบนแพหยวกกล้วย
ในอดีตเชื้อเพลิงที่ใช้จุดไฟนั้นใช้น้ำมันยางตระบอกขี้ผึ้งสีน้ำมันพร้าว, น้ำมันสน, น้ำมันยางที่เจาะสกัด จากต้นยาง ตะแบกชาด แล้วเอาไฟลนไม้ให้น้ำมันไหลออกมาแต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นน้ำมันก๊าดหรือน้ำมัน ดีเซล บรรจุในขวดน้ำดื่มต่างๆ แล้วนำมาแขวนตามโครงเรือ ซึ่งต้องอาศัยการคำนวณที่แม่นยำ เพราะถ้า ติดกันมากเกินไปจะทำให้เรือไหม้ไฟได้ ส่วนโครงเรือเป็นไม้มีขนาดใหญ่ และเน้นความวิจิตรตระการตา เมื่อปล่อยเรือไฟลงน้ำโขงแล้ว จะมีความวิจิตรตระการตา สว่างไสวไปทั่วริมฝั่งแม่น้ำโขง อวดโฉมระยิบ ระยับ มีฉากหลังเป็นสีดำจากท้องฟ้าในยามค่ำคืนและแสงที่สะท้องจากท้องน้ำเพิ่มความงดงามมากยิ่งขึ้น
ก่อนที่จะมีการไหลเรือไฟ ในช่วงเช้าจะมีการประกอบการกุศลด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร และเลี้ยงดูกัน ตกตอนบ่ายก็ตกแต่งเรือและมีการเล่นสนุกสนานต่างๆ ตอนเย็นมีการสวดมนต์รับศีลและ ฟังเทศน์ พอตอนค่ำระหว่าง 19.00-20.00 น. จึงนำเรือออกไปลงน้ำและพิธีไหลเรือไฟก็เริ่มขึ้น

 งานดอกฝ้ายบาน มะขามหวานเมืองเลย 
จัดขึ้น ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดเลย ช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ของ ทุกปี วันแรกของงานจะมีขบวนแห่จากอำเภอต่าง ๆ ที่ประดับตกแต่งรถด้วยผลิตภัณฑ์จากฝ้าย ซึ่งรถแต่ ละคันจะมีเทพีนั่งมาด้วย ส่วนบริเวณจัดงานจะมีการออกร้านของหน่วยงานราชการต่าง ๆ การประกวดนาง สาวไทเลย การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพอื่น ๆ อีกมากมาย

 งานประเพณีสงกรานต์ไทย-ลาว 
จัดขึ้นที่อำเภอท่าลี่ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๕ เมษายน ของทุกปี เป็นงานประเพณีสงกรานต์ที่มีความพิเศษ แตกต่างจากท้องถิ่นอื่น เนื่องจากจะมีประชาชนจากประเทศลาวเข้ามาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น ได้แก่ การประกวดเทพีสงกรานต์ และร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับชาวไทย

 งานประเพณีบุญบั้งไฟล้าน 
จัดขึ้นที่บริเวณวัดเอราวัณพัฒนาราม กิ่งอำเภอเอราวัณ จะจัดในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ประมาณเดือน พฤษภาคมของทุกปี เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดเลย ภายในงานมีการประกวดขบวนบั้งไฟ จากชุมชนต่าง ๆ และการจำหน่ายพืชผลการเกษตรที่ขึ้นชื่อมากมาย

 งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก 
เป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อสมโภชองค์พระธาตุศรีสองรักอันเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองภายในงานมีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เช่น การบูชาองค์พระธาตุด้วยต้นผึ้งใหญ่ ต้นผึ้งน้อย การล้างองค์พระธาตุ

งานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน งานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน 
จัดขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย ในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี หลังจากงานนมัสการพระธาตุศรีสองรักแล้วงานประเพณี การละเล่นผีตาโขนเป็นการละเล่นพื้นบ้าน ที่มีขึ้นในอำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้วที่เกี่ยวพันกับความเชื่อและศรัทธา ในพระพุทธศาสนา และวิญญาณของบรรพชน โดยมีการแห่ผีตาโขนในงานบุญหลวง ซึ่ง เป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่น การละเล่นผีตาโขนส่วนมากจะ เล่นกันเฉพาะผู้ชายตั้งแต่เด็กรุ่นๆ ถึงผู้ใหญ่โดยแบ่งการจัดงานเป็น 2 วัน ในวันแรกจะมีพิธีแห่พระอุปคุต จากลำน้ำหมันมาที่วัดโพนชัย วันที่สองมีการแห่เข้าเมือง และผู้เล่นจะนำเครื่องผีตาโขนไปโยนทิ้งแม่น้ำ หมัน จากนั้นเวลาค่ำจะมีการเทศก์มหาชาติถึง 13 กัณฑ์

งานประเพณีออกพรรษาอำเภอเชียงคาน งานประเพณีออกพรรษาอำเภอเชียงคาน 
จัดขึ้นบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคาน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เป็นประเพณีที่จัดขึ้นสืบทอดกันมายาวนาน ภายในงาน มีขบวนแห่ปราสาทผึ้ง การแข่งขันเรือยาว-เรือกาบ การประกวดไหล เรือไฟ พิธีตักบาตรเทโว การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน และการแสดง มหรสพต่าง ๆ

 งานแสดงไม้ดอกเมืองหนาว 
อำเภอภูเรือ จัดขึ้นที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ ในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประมาณ วันที่ 28 ธันวาคม ถึงวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี ภายในงานจะจัดให้มีการออกร้านแสดงไม้เมืองหนาว ขบวนแห่รถบุปผชาติ การประกวดไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว งานราตรีแม่คะนิ้ง ลีลาศโต้ลมหนาว และ การจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรของชาวอำเภอภูเรือ

 

 



อำเภอเมือง
สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ป่าเลิงใหญ่  
เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามเทศบาลเมืองเลย มีการจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับ พื้นที่รอบสวนสาธารณะติดแม่น้ำเลย นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านสะพานแขวนเข้าไปเที่ยวชมได้
สวนสาธารณะกุดป่อง  
อยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อกุดป่อง มีคูน้ำล้อมรอบ ภายในสวนสาธารณะตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ อย่างสวยงาม ดูร่มรื่น ใช้เป็นที่พักผ่อนและออกกำลังกาย
ศาลหลักเมืองเจ้าพ่อกุดป่อง  

เป็นศาลเก่าแก่เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตดวงวิญญาณเจ้าพ่อทองคำองค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ราชพฤกษ์ ความสูงจากฐานถึงยอด 179 เซนติเมตร ยอดเสาแกะสลักลงรักปิดทองทั้งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมศาลเมื่อ พ.ศ. 2525 มีประชาชนเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก

 

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย  
ตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏเลย เป็นอาคาร 2 ชั้น รวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวทางด้านศาสนา ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวเลยในหลาย ๆ ด้าน ภายในตัวอาคารศูนย์วัฒนธรรมมีการจัดแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 
ส่วนแรก ห้องประชุมและฉายสไลด์เกี่ยวกับเมืองเลยและแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในอดีต 
ส่วนที่สอง ห้องนิทรรศการชั่วคราวจัดแสดงเกี่ยวกับพระพุทธรูปเก่าที่ทำมาจากไม้ หินทราย ดินเผาและเงิน หน้ากากผีตาโขน ข้าวของเครื่องใช้โบราณ ซึ่งของทั้งหมดได้มาจากชาวบ้านในท้องถิ่นเมืองเลย นอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการหมุนเวียนทุก 3 เดือนโดยจัดแสดงเรื่องราวต่างๆของเมืองเลยตามเทศกาลประเพณี 
ส่วนที่สาม มีห้อง "เบิ่งไทเลย" เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรถือเป็นส่วนสำคัญและจัดแสดงได้โดดเด่นที่สุดภายในห้องขนาดใหญ่นี้จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับจังหวัดเลย เนื้อหาของนิทรรศการครอบคลุมในทุกด้านทั้งธรณีวิทยา ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ ประเพณีและกลุ่มชาติพันธุ์ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. ถ้าต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชม ติดต่อที่ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย สถาบันราชภัฎเลย ถนนเลย-เชียงคาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย 42000 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.0 4283 5223-8 ต่อ 1132 
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-เชียงคาน)
กลุ่มทอผ้าไทเลยบ้านก้างปลา  
อยู่ที่บ้านก้างปลา มีการรวมตัวกันทอผ้าไทเลย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด มีการสาธิตการทอผ้า และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าผืน เสื้อบุรุษ ชุดสตรี ผ้าขาวม้า กระเป๋า เป็นต้น การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน (ทางหลวงหมายเลข 201) ออกจากตัวเมืองไปประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านก้างปลาไปอีก 1 กิโลเมตร
พระพุทธบาทถ้ำผาบิ้ง  
อยู่บริเวณวัดถ้ำผาบิ้ง บ้านผาบิ้ง ตำบลนาแก ห่างจากอำเภอวังสะพุง 9 กิโลเมตร กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถานพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก เมื่อ พ.ศ. 2498 เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในถ้ำจะมองเห็นพระพุทธบาทขนาดใหญ่อยู่บนเพดานถ้ำ ลวดลายและนิ้วพระบาทไม่ปรากฏเด่นชัด ขนาดกว้าง 2 ฟุต ยาว 3 ฟุต การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 (อำเภอเมือง-วังสะพุง) แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือ 

อำเภอท่าลี่
พระธาตุสัจจะ  
ตั้งอยู่บริเวณวัดลาดปู่ บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 201 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2115 สายท่าลี่-อาฮี ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าลี่ประมาณ 2 กิโลเมตร องค์ประกอบของพระธาตุสัจจะ ประกอบด้วยดอกบัวบานมีกลีบ 3 ชั้น สูงประมาณ 1 เมตร ตั้งอยู่รอบองค์พระธาตุสัจจะ องค์พระธาตุสูง 33 เมตร มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกับพระธาตุพนม มีเศวตฉัตร 7 ชั้น ประดิษฐานไว้บนยอดสุดของพระธาตุสัจจะ 

อำเภอเชียงคาน

 

แก่งคุดคู้  
เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ในช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสสายน้ำโขงและธรรมชาติสองฝั่งอย่างใกล้ชิด ท่าเรือบริเวณลานจอดรถมีบริการเช่าเรือยนต์ล่องแม่น้ำโขงโดยใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหารเช่นไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ โดยเฉพาะพล่า กุ้งเต้น ต้มยำปลาจากลำน้ำโขงเป็นอาหารแนะนำในราคาไม่แพง การเดินทางจากตัวอำเภอเชียงคานนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่งคุดคู้ได้ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร 
วัดศรีคุณเมือง  

อยู่ที่ถนนชายโขง ซอย 7 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2485 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะสลักไม้ลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม 

 

วัดท่าแขก  

เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ปัจจุบันเป็นวัดธรรมยุติ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์สกัดจากหินทรายทั้งก้อน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี

 

วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน  
อยู่ที่บ้านอุมุง ตำบลบุฮม การเดินทาง ใช้เส้นทางสายเชียงคาน-ปากชม ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านผาแบ่นมีทางแยกเข้าบ้านอุมุง 3 กิโลเมตร จะถึงทางขึ้นเขาเป็นทางลูกรังระยะทาง 1 กิโลเมตร พระพุทธบาทภูควายเงินเป็นรอยพระพุทธบาทยาวประมาณ 120 เซนติเมตร กว้าง 65 เซนติเมตร ประดิษฐานบนหินลับมีด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อพ.ศ. 2478 รอยพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในแถบนี้มาก สมัยก่อนครั้งที่การเดินทางมานมัสการยังลำบาก เชื่อกันว่าคนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงจะเดินทางมากราบไหว้ได้ คนที่วาสนาไม่ถึงจะต้องมีเหตุให้มาไม่ได้ ทั้งที่ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ก็ตาม บางคนก็หลงทาง ทุกปีในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 3 ทางวัดจะจัดงานสมโภชประจำปีถือเป็นงานสำคัญของชาวบ้านในแถบนี้ 

อำเภอภูเรือ

 

สวนส้มสยามภูเรือ  

อยู่ที่บ้านแก่งแล่น เป็นสวนส้มโชกุนขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ปลูกนับร้อยไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนและเลือกซื้อส้มโชกุนที่มีรสชาติหวานอร่อยเป็นของฝากได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1975 4212 การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) ห่างจากที่ว่าการอำเภอภูเรือประมาณ 15 กิโลเมตร

 

สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ  

เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านวิชาการในการศึกษาค้นคว้าทดลองไม้ดอกไม้ผลทั้งของเมืองหนาวและพืชสวนของท้องถิ่นที่เหมาะสมกับดินฟ้าอากาศและระบบนิเวศ จากนั้นก็ถ่ายทอดเผยแพร่ผลของการศึกษาวิจัยแก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจต่อไป นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมไม้ผลและไม้เมืองหนาวควรไปช่วงเดือนกันยายน-เมษายน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4289 1398,0 4289 1199 
นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามเส้นทางภูเรือ-เลยอีกเช่น สวนส้มโชกุนสยามภูเรือ แปลงปลูกและจำหน่ายเห็ดหอม ต้นคริสมาสต์ และไร่องุ่นชาโต้ เดอ เลย อำเภอด่านซ้าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวเกษตรจังหวัดเลย โทร. 0 4281 1643 โทรสาร 0 4281 3345 


อุทยานแห่งชาติภูเรือ  

เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือมีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2522 เดือนที่เหมาะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม ถึงมีนาคม 
การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (เลย-ภูเรือ) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปเป็นทางลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ
   
ไร่สัณยา  
อยู่ที่บ้านแก่งแล่น ไร่นี้ผลิตเห็ดหอมตลอดทั้งปี เพื่อจำหน่ายในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและซื้อผลิตภัณฑ์เป็นของฝาก นอกจากนั้นยังมีที่พักบริการ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) ห่างจากตัวที่ว่าการอำเภอภูเรือประมาณ 14 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1954 3573, 0 1975 7623
คำนวนเนิร์สเซอร์รี  
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอภูเรือ 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีไม้ดอกเมืองหนาวและไม้ประดับ โดยเฉพาะพิทูเนียแขวนและคริสต์มาส นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพันธุ์ไม้และเลือกซื้อเป็นของฝาก การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 47 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4280 1138-9
   
น้ำตกปลาบ่า หรือ น้ำตกตาดสาน  
อยู่ที่หมู่ 1 บ้านปลาบ่า ตำบลปลาบ่า เป็นน้ำตกที่ตกมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างเหมาะสำหรับเล่นน้ำและนั่งพักผ่อนรับประทานอาหาร บริเวณน้ำตกยังไม่มีร้านอาหาร 
การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57-58 เลี้ยวซ้ายทางเดียวกับสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ (บ้านกกโพธิ์) เข้าไปตามทางลาดยาง 7 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านปลาบ่า จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก
   
บริษัท ที เอส เอ จำกัด  

อยู่ที่บ้านกกโพธิ์ ผลิตไม้ดอกไม้ประดับพืชผักต่างๆเพื่อเพาะเมล็ดสำหรับจำหน่าย ภายในบริเวณสามารถเที่ยวชมแปลงไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์ที่สวยงามได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4289 1408 การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร


อำเภอภูหลวง
 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง  

ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่ หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโลกและดินส่วนที่อ่อนพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ ภูหลวงประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 มีพื้นที่ประมาณ 560,593 ไร่ 
สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง อากาศเย็นตลอดปี ตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูหลวง 
ฤดูกาลบนภูหลวงมี 3 ฤดูเหมือนพื้นราบแต่ระดับอุณหภูมิต่างกัน ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียสจะมีดอกไม้ที่มีสีสันเจิดจ้าสวยงามเช่นเอื้องตาเหิน กล้วยไม้ป่าดอกขาว กุหลาบขาวและกุหลาบแดง ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม อุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าหน้าร้อนเล็กน้อยจะมีดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ สีชมพูอมม่วงขึ้นแซมตามทุ่งหญ้าและเทียนน้อย ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงมาก เฉลี่ย 0-16 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม บางวันอุณหภูมิลดลงถึง -4 องศาเซลเซียสจะมีก่วมแดงหรือที่รู้จักกันว่าเมเปิ้ล จะเปลี่ยนสีแดง แล้วผลัดใบ ตามพื้นดินจะเห็นต้นกระดุมเงินและรองเท้านารีปีกแมลงปอขึ้นอยู่บนก้อนหินและตามพื้นป่าดิบเขา ด้านตะวันออกของเทือกภูหลวงมีการค้นพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี นอกจากนี้ยังมีป่าหลากชนิด เช่น ป่าผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา แต่ป่าที่โดดเด่นที่สุดบนภูหลวง คือป่าสนสองใบ สนสามใบ และทุ่งหญ้าตามพื้นที่ราบ เนินเขาและลานหิน 

อำเภอภูกระดึง
 
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทยเพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯ แห่งนี้คือเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้าใบบอนหรือรูปหัวใจ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ก่อนเดินทางมาท่องเที่ยวป่าเขาที่ภูกระดึง นักท่องเที่ยวควรสำรวจสุขภาพตัวเองก่อนว่าพร้อมจะเดินและปีนป่ายเขาที่มีระยะทางร่วม 9 กิโลเมตร (ขึ้นเขา 5 กิโลเมตร ทางราบอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร) เพื่อจะขึ้นไปบนที่ราบยอดภูได้หรือไม่ อุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 

อำเภอด่านซ้าย
   
วัดเนรมิตรวิปัสสนา  

ตั้งอยู่สูงเด่นอยู่บนเนินเขา ห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ที่เกิดจากจินตนาการสร้างสรรค์ออกแบบโดยพระและเณร ภายในพระอุโบสถตกแต่งไว้ตามแบบศิลปะส่วนกลาง มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและได้มรณภาพแล้วประดิษฐานอยู่และมีภาพจิตรกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบพระอุโบสถ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการจัดแต่งสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงาม และมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนาคือ "ต้นสาละ" เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ 

สวนองุ่นภูเรือวโนทยาน หรือ ชาโต้ เดอ เลย  

เป็นสวนองุ่นที่มีพื้นที่นับพันไร่ มีทั้งองุ่นที่รับประทานสดและองุ่นสำหรับผลิตไวน์ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมภายในสวนได้และบริเวณด้านหน้าเป็นร้านค้าที่จำหน่ายผลองุ่นสด ผักปลอดสารพิษ ไวน์ชาโต้ เดอ เลย บรั่นดี วิคตอรี่และสินค้าที่ระลึกต่างๆ การเดินทาง ใช้เส้นทางเมืองเลย-ภูเรือ-ด่านซ้าย ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4289 1970

 

น้ำตกแก่งสองคอน  
อยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 2013 (ด่านซ้าย-นครไทย) อยู่เลยพระธาตุศรีสองรักไปราว 400 เมตร ทางเข้าอยู่ข้างวัดเนรมิตวิปัสสนา (เข้าทางเดียวกับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กน้ำหมัน) เลี้ยวเข้าไปตามทางลูกรังอีก 3 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไป ลักษณะของน้ำตก เป็นธารน้ำกว้างไหลผ่านก้อนหินใหญ่น้อยมากมายลดหลั่นกันลงมาท่ามกลางต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้มทั่วบริเวณ มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน
   
พระธาตุศรีสองรัก  

ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 83 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 203 แล้วแยกขวาตรงกิโลเมตรที่ 66 เข้าทางหลวงหมายเลข 2013 อีก 15 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้ายจากนั้นแยกขวาเข้าเส้นทาง 2113 อีก 1 กิโลเมตร 
พระธาตุศรีสองรักมีรูปทรงลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง องค์พระธาตุสูง 19.19 เมตร ฐานกว้างด้านละ 10.89 เมตร ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง องค์ระฆังทรง "บัวเหลี่ยม" คล้ายพระธาตุพนม พระธาตุหลวง(เวียงจันทน์) พระธาตุศรีโคตรบอง(แขวงคำม่วน) และอีกมากมายแถบลุ่มน้ำโขง พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นถวายเป็นอุเทสิกเจดีย์ (หมายถึงเจดีย์สร้างขึ้นโดยเจตนาอุทิศให้พระศาสนา โดยไม่กำหนดว่าต้องเก็บรักษาสิ่งใด) 
สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2103 เสร็จในปีพ.ศ.2106 พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา(สมัยพระมหาจักรพรรดิ)และกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทน์) สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช 
นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะธิเบตด้วย ทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ชาวด่านซ้ายหรือ "ลูกผึ้งลูกเทียน" จะร่วมกันจัดงานสมโภชพระธาตุศรีสองรักขึ้นโดยจะนำต้นผึ้ง (ประดิษฐ์จากโครงไม้ไผ่เป็นทรงหอปราสาทขนาดกว้างราว 2 ฟุต สูง 2 ฟุตเศษ กรุรอบด้วยลวดลายงานแทงหยวกจากนั้นประดับด้วย "ดอกผึ้ง" ซึ่งทำจากแผ่นเทียนกลมๆ บางๆ ตากแดดแล้วจับเป็นกลีบ ตรงกลางติดดอกบานไม่รู้โรย หรือขมิ้นหั่นเล็กๆ ต่างเกสรดอกไม้สีสดใส ) เทียนเวียนหัว (เทียนแท่งที่ฟั่นยาวพอคาดได้รอบศีรษะ) มาถวายองค์พระธาตุถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี 

ฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุศรีสองรัก 
คือ ไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงขึ้นบูชา ไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงขึ้นไปนมัสการ เพราะองค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี สีแดงเป็นสัญญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง ไม่ควรกางร่ม สวมหมวกและสวมรองเท้าขึ้นไปบนพระธาตุ ไม่ควรนำเด็กต่ำกว่า 3 ปีขึ้นไปนมัสการ (หมายเหตุ : ก่อนท่านจะทำหรือประกอบพิธีใดๆ ที่เกี่ยวกับองค์พระธาตุขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าองค์พระธาตุก่อน ) 

พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน  

ตั้งอยู่ในวัดโพนชัย ถนนแก้วอาสา ห่างจากอำเภอด่านซ้ายประมาณ 2 กิโลเมตรตัวพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านเรือนไม้ จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองด่านซ้าย นิทรรศการผีตาโขน การสาธิตทำหน้ากากผีตาโขนและสินค้าของที่ระลึกผีตาโขนในรูปแบบต่างๆ สามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. 

อำเภอนาแห้ว
   
วัดโพธิ์ชัย  
อยู่ที่ตำบลนาพึง การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 2113 (ด่านซ้าย-นาแห้ว) วัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อประมาณปลายกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปองค์แสนที่ประดิษฐานอยู่ในกุฏิเจ้าอาวาสนั้น เป็นพระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองมาหลายชั่วอายุคน ประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรี ยอดพระเมฬีเป็นเปลวเพลิง พระสังฆาฏิเป็นท้องนาค สันนิษฐานว่าเป็นพระเชียงแสน นอกจากนี้ ภายในวิหารหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า อาราม มีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติและวรรณกรรมท้องถิ่นที่ผนังด้านทิศเหนือมีจารึกว่าภาพเขียนดังกล่าวเขียนขึ้นเมื่อจุลศักราช 1214 ตรงกับพ.ศ. 2395 ตรงกับช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและที่ด้านนอกพระอุโบสถหลังเดียวกันนี้ยังมีภาพจิตรกรรม ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยหลังคือเมื่อปี พ.ศ. 2459 นับเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีค่ายิ่งแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย
   
อุทยานแห่งชาตินาแห้ว  
ประกอบด้วยขุนเขาสลับซับซ้อนทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ มีภูสันทรายสภาพป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้งที่มีไม้ผลัดใบผสม ตามพื้นที่สูงเป็นป่าดิบเขาเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างแผ่นดินไทย-ลาว ทางตอนเหนือของอำเภอ อุทยานฯ ได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 7.2 กิโลเมตร มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ หินสี่ทิศ อยู่บนภูสันทราย ด้านใต้ เป็นหินทรายใหญ่ 4 ก้อน รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตั้งอยู่กลางป่าดิบ เนิน 1408 บนภูสันทราย จุดสูงที่สุดและเป็นจุดใจกลางของอุทยานฯ เนิน 1205 ห่างจากเนิน 1408 ประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นประเทศลาวและยังเป็นจุดกางเต็นท์พักแรมด้วยเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th
   
น้ำตกคริ้ง  
อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร อยู่ติดกับถนนสายเหมืองแพร่-ร่มเกล้า บริเวณน้ำตกมีพืชพันธุ์นานาชนิดขึ้นริมฝั่งทำให้ดูมีความอุดมสมบูรณ์ มีก้อนหินเรียงกันเป็นชั้น ๆ ตอนล่างมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ มีศาลาพักผ่อนสำหรับผู้มาเยือน
   
น้ำตกตาดเหือง (น้ำตกไทย-ลาว)  

อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 25 กิโลเมตร บริเวณบ้านบ่อเหมืองน้อย เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสูงมาก เกิดจากลำน้ำเหือง บริเวณรอบ ๆ เป็นป่าทึบที่มีความอุดมสมบูรณ์ 
การเดินทาง ทางรถยนต์จากที่ว่าการอำเภอนาแห้วไปตามถนนสายนาแห้ว-ร่มเกล้า ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร และแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร เส้นทางตลอดสายเป็นทางลาดยาง จากนั้นเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตก 

น้ำตกธารสวรรค์  

อยู่หลังโรงเรียนนาแห้ววิทยา ซึ่งห่างจากอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร 
การเดินทาง โดยรถยนต์เข้าถึงบริเวณน้ำตกได้โดยสะดวก น้ำตกแห่งนี้มีความสูงประมาณ 15 เมตร บริเวณน้ำตกมีศาลาสำหรับพักผ่อน ตอนล่างมีก้อนหินน้อยใหญ่เรียงราย มีสาหร่ายและพันธุ์ไม้นานาชนิดขึ้นบริเวณริมฝั่งสองข้างทาง

 

กิ่งอำเภอหนองหิน

 
สวนหินผางามหรือคุนหมิงเมืองเลย  
อยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ จากกิ่งอำเภอหนองหินเข้าไปประมาณ 18 กิโลเมตร สวนหินผางาม ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี สวนหินแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "คุนหมิงเมืองเลย" นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำชมสวนหินผางามที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 

ถ้ำมโหฬาร  
อยู่ที่บ้านหนองหิน ตำบลหนองหิน อยู่ในบริเวณวัดถ้ำมโหฬาร การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-ชุมแพ) พอถึงกิโลเมตรที่ 162-163 เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางลาดยาง ประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวาง มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยสลับซับซ้อนมากมาย
   




ถ้ำโพธิสัตว์หรือกุ้ยหลินเมืองเลย  
ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านปวนพุ ตำบลปวนพุ การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับสวนหิน ห่างจากปากทางราว 9 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าไปตามทางลูกรัง 600 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 1.4 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำ 
ถ้ำแห่งนี้มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยเรียงรายอยู่ใต้ยอดเขาทั้งหมด 15 คูหา แต่ละคูหามีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น เขาวงกต ถ้ำลับแล สวรรค์ชั้นต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหินย้อยรูปร่างสวยงามแปลกตาอีกมากมาย การเข้าชมนั้นควรติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ อบต.ก่อน เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า และการเดินถ้ำวกวนมาก ใช้เวลาในการเดินชมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
   
น้ำตกเพียงดิน หรือ น้ำตกวิสุทธารา  
อยู่เลยสวนหินไป 2 กิโลเมตร น้ำตกเพียงดินเป็นน้ำตกขนาดกลาง แต่มีหลายชั้น บางชั้นก็ต้องปีนป่าย บางชั้นก็มีน้ำใสไหลเป็นแอ่ง ลงเล่นน้ำได้ไม่อันตราย บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อน นั่งรับประทานอาหาร
   
น้ำตกสวนห้อมหรือน้ำตกสันติธารา  
อยู่ที่บ้านสวนห้อม การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับสวนหิน แต่อยู่เลยเข้าไปอีกประมาณ 300 เมตร น้ำตกสวนห้อมเป็นน้ำตกขนาดกลาง มองเห็นได้แต่ไกล ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ บริเวณน้ำตกร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อน 



 

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์
ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด เว็บไซต์วิกิพีเดีย จังหวัดเลย - วิกิพีเดีย 

ประวัติศาสตร์

สภาพทางภูมิศาสตร์

การปกครอง

ประชากรและสภาพทางสังคม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

โครงสร้างพื้นฐาน

เว็บไซต์วิกิพีเดีย จังหวัดเลย - วิกิพีเดีย

การเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกวุฒิสภา


 

ผลเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดเลย 2554 

http://www.senate.go.th/committee2551/committee/files/committee12/ong-arj-kam.pdf 

ประเพณีและวัฒนธรรม 
http://www.tourthai.org/thailand/loei/festivals.htm
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=251 

รายการอ้างอิงรูปภาพ 

ตราสัญลักษณ์

จังหวัดเลย - วิกิพีเดีย

ต้นสนสามใบ

skn.ac.th 

ilovemyshopping.com 

ดอกพุด (อินถะหวา)

gotoknow.org 

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดเลย - วิกิพีเดีย

แผนที่อาณาเขต

www.thaienergydata.in.th