Search :
  Language   :   Thai   |   English  
  เศรษฐกิจ 76 จังหวัด
  เศรษฐกิจภูมิภาค
  เศรษฐกิจการค้าชายแดน
  แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
  คลังข้อมูลเศรษฐกิจ 76 จังหวัด

+ ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด
+ ประวัติศาสตร์
+ สภาพทางภูมิศาสตร์
+ การปกครอง
+ การเลือกตั้ง
+ ประชากรและสภาพทางสังคม
+ ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
+ ประเพณีและวัฒนธรรม
+ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
+ รายการอ้างอิง

 

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดขอนแก่น

ไฟล์:Seal Khon Kaen.png

                  รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดขอนแก่น                

สัญลักษณ์ประจำจังหวัดขอนแก่นเป็นรูปเจดีย์เก่าครอบต้นมะขาม เรียกว่า เจดีย์ขามแก่น ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ครั้งหนึ่งต้นมะขามใหญ่ถูกตัดโค่นลงไว้หลายปีกลับงอกงามมีกิ่งก้านสาขาขึ้นอีก ประชาชนถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์จึงพากันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนั้นไว้เรียกว่า เจดีย์ขามแก่น และเคารพกราบไหว้ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงได้นำมาเป็นตราประจำจังหวัด ซึ่งต่อมาคำว่า ขามแก่น ก็เพี้ยนเป็น ขอนแก่น

คําขวัญ

"พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองมวยโอลิมปิก"

ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด 

                ต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นชัยพฤกษ์ ส่วนดอกไม้ประจำจังหวัด ได้แก่ ดอกราชพฤกษ์ 

 

รูปที่ 2 ต้นชัยพฤกษ์    

                 

รูปที่3 ดอกราชพฤกษ์
                     
                         

 



สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 

จากหลักฐานการสำรวจบริเวณบ้านโนนนกทา บ้านนาดี ตำบลบ้านโคก อำเภอภูเวียง ของ วิลเฮล์ม จิโซลไฮม์ เรื่อง เออร์ลี่บรอนซ์ อิน นอร์ธอิสเทริน์ ไทยแลนด์ ได้ค้นพบเครื่องสำริดและเหล็กมีเครื่องมือเครื่องใช้เป็นขวาน รวมทั้งแบบแม่พิมพ์ที่ใช้หล่อ มีกำไลแขนสำริดคล้องอยู่ที่โครงกระดูกท่อนแขน ซ้อนกันหลาย วง พบกำไรทำด้วยเปลือกหอย รวมทั้งพบแหวนเหล็กไน แสดงว่ามีการปั่นด้ายทอผ้าใช้ในยุคนั้นแล้ว นอกจากนี้ ยังพบขวานทองแดง อายุ 4,600-4,800 ปี เป็นหัวขวานหัวเดียวที่พบในประเทศไทย ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ในชั้นดินที่ 20 การกำหนดอายุโดยคาร์บอนด์ 14 จากชั้นดินที่ 19 ปรากฏว่าอายุ 4,275 ปี จากหลักฐานข้างต้นพิสูจน์ให้เห็นว่าอาณาเขตบริเวณจังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรม วัฒนธรรมอันสูงสุดมาแต่ดึกดำบรรพ์ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนสมัยพุทธกาลหลายพันปี

สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา 

บริเวณบ้านโนนเมือง วัดป่าพระนอน ตำบลชุมแพ ได้พบเสมาหินปักอยู่เป็นระยะและล้มจมดิน มีรอยสลักกลีบบัว กลีบเดียวหรือสองกลีบ แท่งหินที่สำคัญที่ชาวบ้านเรียกว่าเสาหลักเมืองเป็นรูปทรงกลมมีรอยจารึก ซึ่งเข้าใจว่าเป็นตัวอักษรมอญโบราณ ได้นำเอามาทำเป็นหลักเมืองขอนแก่น เมืองโบราณ แห่งนี้กรมศิลปากรได้ขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ฝังอยู่อย่างเป็นระเบียบ มีโบราณวัตถุหลายอย่าง ฝังรวมอยู่ด้วย สันนิษฐานว่าเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่มาหลายยุคหลายสมัยบริเวณยอดเขาภูเวียงเป็นวงกลมซึ่ง โอบล้อมพื้นที่ 3 ตำบล มีพระพุทธรูปแบบทวารวดี จากภาพถ่ายทางอากาศ พบเมืองโบราณหลายแห่งอยู่ใกล้ ลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญ คือเมืองโบราณที่วัดดงเมืองแอม ในเขตอำเภอน้ำพองเมืองมีขนาด 2900X3000 เมตร ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ ที่สุดในภาคอีสานเท่าที่ได้พบเห็นในประเทศไทยจะเป็นรองอยู่ก็เฉพาะเมืองนครชัยศรี (นครปฐมโบราณ) พระธาตุบ้านขาม อำเภอน้ำพอง มีประวัติว่า เดิมมีตอมะขามใหญ่ซึ่งตายไปนานแล้ว กลับงอกเงย ขึ้นอีกคนเจ็บป่วยเมื่อได้กินใบซึ่งงอกขึ้นใหม่นี้จะหาย หากผู้ใดไปทำมิดีมิร้ายหรือดูถูก ไม่เคารพก็จะมีอันเป็นไปโดย ปัจจุบันทันด่วนชาวบ้านจึงพร้อมใจกันก่อพระเจดีย์ครอบตอมะขามนี้ ไว้โดยสลักบรรจุคำสอนของ พระพุทธเจ้า เข้าไว้ในตอมะขามเหตุนี้จึงเรียกว่าพระธาตุบ้านขามมาแต่โบราณ

สมัยอยุธยาและกรุงธนบุรี 

เมื่ออิทธิพลของขอมเสื่อมลงหลังพุทธศตวรรษที่ 16 จนกระทั่งถึงสมัยอยุธยา บ้านเมืองทางภาค อีสานโดนกระทบจากภัยสงคราม หรือภัยอื่นๆ จนกลายเป็นเมืองร้าง ผู้คนระส่ำระสาย ในการประชุมพงศาวดารภาค 70 ของกรมศิลปากร เรื่องพงศาวดารย่อนครเวียงจันทร์ปรากฏ ข้อความตอนหนึ่งว่า "ศักราชได้ 76 ปี กาบสะง้าเจ้าบ้านท่านกวาดครัวภูเวียงลง "คำว่าศักราชได้ 76 เทียบได้กับ พ.ศ.2257 คือ 16 ปี ก่อนพระเจ้าศิริบุญสารขึ้นครองราชสมบัติ หรือปลายสมัยอยุธยาและว่าภูเวียงมีฐานะเป็น ชุมชนเมืองสำคัญแล้ว มีฐานะเป็นเมืองป้อมหรือเมืองหน้าด่าน ของเวียงจันทร์ ตั้งอยู่ในเส้นทางมาติดต่อกับนครเวียงจันทร์ กับกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงเทพฯ การเดินทัพเดินทางโดยทั่วไปของทั้งสองนครต้องผ่านโคราช ช่องสามหมอ ภูเวียง หนองบัวลำภู เพราะเป็นทางตรงและมีน้ำท่วมอุดมสมบูรณ์ ต่อมาภายหลังเพื่อหลีกเลี่ยงทางลุ่ม จึงมีทางรถไฟ ทางรถยนต์ ระยะแรกไปตามที่ดอนผ่านเมืองพล บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดร ฯลฯ

สมัยรัตนโกสินทร์ 

พงศาวดารภาคอีสานฉบับของ พระยาขัตติวงษา (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) มีความสำคัญตอนหนึ่งว่า (พ.ศ.2325) ทราบข่าวว่าเมืองแสนกลัวความผิดหลบตัวหนีลงไป พึ่งพระยาโคราช บอกให้เมืองแสนลงไปเมืองเจ้าเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระจันทรประเทศ ขึ้นมาตั้งบ้านกองแก้ว เป็น เมืองชลบถ มีไพร่พลสมัครไปด้วย 340 คน ในรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พ.ศ. 2340 ฝ่ายเพียเมือง แพนบ้านชีโหล่น เมืองสุวรรณภูมิเห็นว่าเมืองแสนได้เมืองชลบถก็อยากจะได้บ้าง จึงเกลี่ยกล่อมคน ได้ สามร้อยคนเศษจึงสมัครขึ้นอยู่กับพระยานครราชสีมาแล้วขอตั้งบ้านบึงบอนเป็นเมือง เจ้าพระยานครราชสีมาได้มีใบบอกมายัง กรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเพียเมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ดำรงตำแหน่ง เจ้าเมือง โดยยกบ้านบึงบอนขึ้นเป็นเมืองขอนแก่น

พ.ศ.2352 ท่านราชานนท์ ย้ายเมืองไปตั้งที่ริมหนองเหล็กพันชาติหรือคงพันชาด (หมู่บ้านแพง อ.โกสุมพิสัย )

พ.ศ.2381 ย้ายเมืองขอนแก่นกลับมาตั้งอยู่ริมบึงบอน (ตะวันตกเฉียงใต้ ของบ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง ปัจจุบันนี้)

พ.ศ. 2410 ย้ายเมืองขอนแก่นไปตั้งบ้านดอนบมริมแม่น้ำชี

พ.ศ. 2434 โปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นข้าหลวงต่างพระองค์และ โปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองขอนแก่นมาตั้งที่บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น)

พ.ศ.2442 โปรดให้ย้ายกลับไปตั้งที่บ้านบึงบอนดังเดิม (เมืองเก่า)

พ.ศ. 2447 โปรดให้เรียกตำแหน่งข้าหลวงประจำเมืองขอนแก่นว่าข้าหลวงประจำบริเวณพาชี

พ.ศ. 2451 ย้ายศาลากลางเมืองขอนแก่นมาตั้งที่บ้านพระลับ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น (ศาลากลางหลังเก่า) และเปลี่ยนตำแหน่งข้าหลวงประจำบริเวณเป็นผู้ว่าราชการเมือง

พ.ศ.2459 โปรดให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเป็นจังหวัด

พ.ศ. 2507 ได้สร้างศาลากลางใหม่ที่สนามบินเก่า ห่างจากที่เดิม 2,000 เมตร ปัจจุบันเรียกว่า "ศูนย์ราชการ" ในสมัยนายสมชาย กลิ่นแก้ว เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งท่านได้ดำรงตำแหน่งในระหว่าง พ.ศ. 2503 - 2511



แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดขอนแก่น   
 ที่ตั้ง อาณาเขต

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ 6.8 ล้านไร่ หรือ 10,885.99 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ป่า 803,754.33 ไร่ (ร้อยละ 11.82 ของพื้นที่จังหวัด) มีพื้นที่การเกษตร 4.132 ล้านไร่ (ร้อยละ 60.8 ของพื้นที่จังหวัด) โดยอยู่ในเขตชลประทาน 542,826 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 13.14 ของพื้นที่การเกษตร หรือร้อยละ 8 ของพื้นที่จังหวัด) และมีจำนวนคนทำงานในภาคเกษตร 470,478 คน                 

 อาณาเขต 

          จังหวัดขอนแก่นมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง ดังนี้

อาณาเขต ทิศใต้ติดกับ ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดกาฬสินธุ์ และมหาสารคาม และทิศตะวันตกติดกับ

          ทิศเหนือ           ติดต่อกับจังหวัดอุดรธานี เลย และหนองบัวลำภู   

          ทิศใต้               ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมาและบุรีรัมย์

          ทิศตะวันออก   ติดต่อกับจังหวัดกาฬสินธุ์และมหาสารคาม

         ทิศตะวันตก      ติดต่อกับจังหวัดชัยภูมิและเพชรบูรณ์

ลักษณะภูมิประเทศ 

                จังหวัดขอนแก่นมีสภาพพื้นที่ทั้งหมดลาดเอียงจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกและทิศใต้ โดยสามารถแบ่งสภาพพื้นที่ออกได้เป็น 3 ส่วน คือ

                1. บริเวณที่สูงทางด้านตะวันตก เริ่มตั้งแต่อำเภอภูผาม่าน ที่มีสภาพพื้นที่เป็นเขาหินปูนตะปุ่มตะป่ำ เช่น ภูผักหนาม ภูซำดีหมี เป็นต้น สลับกับพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยที่มีระดับความสูงประมาณ 250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากนั้นพื้นที่จะมีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาดไปทางอำเภอสีชมพู อำเภอชุมแพ และอำเภอหนองเรือ ที่มีระดับความสูงประมาณ 200-240 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมีภูเขารูปแอ่ง หรือภูเวียงวางตัวอยู่ติดอำเภอภูเวียง

                2. บริเวณที่สูงตอนกลางและด้านเหนือ สภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาของภูเก้า ภูเม็ง ภูพานคำ เป็นแนวขวางมาจากด้านเหนือ แล้ววกลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยไหล่เขาด้านนอกมีความสูงและลาดชันมาก มีความสูงประมาณ 300-660 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนไหล่เขาด้านในมีความลาดชันน้อย มีระดับความสูงประมาณ 220-250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพพื้นที่นี้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกระนวน อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอน้ำพอง อำเภออุบลรัตน์ อำเภอบ้านฝาง และกิ่งอำเภอโคกโพธิ์ชัย

                3. บริเวณแอ่งโคราช ครอบคลุมพื้นที่ทางด้านใต้จังหวัด สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีความสูงประมาณ 150-200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีบางส่วนเป็นเนินที่มีระดับความสูงประมาณ 170-250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางและลาดต่ำไปหาที่ราบลุ่มที่ขนานกับลำน้ำชี ซึ่งมีความสูงประมาณ 130-150 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่บริเวณนี้ได้แก่ ด้านใต้อำเภอกระนวน อำเภอน้ำพอง อำเภอเมือง อำเภอพระยืน อำเภอมัญจาคีรี แล้วพื้นที่จะลาดชันขึ้นไปทางตะวันออก เป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดมีความสูงประมาณ 200-250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และค่อนข้างราบ มีความสูงประมาณ 170 -180 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ได้แก่ พื้นที่อำเภอชนบท อำเภอบ้านไผ่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอพล อำเภอหนองสองห้อง อำเภอเปือยน้อย กิ่งอำเภอบ้านแฮด และกิ่งอำเภอโนนศิลา

ลักษณะภูมิอากาศ

จังหวัดขอนแก่นอยู่ในเขตพื้นที่ภูมิอากาศแบบมรสุม ดังนั้นฤดูกาลต่างๆ รวมทั้งพืชพรรณธรรมชาติจึงมีลักษณะเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของลมมรสุมที่พัดผ่าน ซึ่งแบ่งได้ 3 ฤดูดังนี้

ฤดูหนาว ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้พื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นมีอุณหภูมิต่ำและหนาวเย็น ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ตุลาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวมากในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม

ฤดูฝน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมฝน) ทำให้มีลมพัดแรงบางครั้งเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง อากาศชุ่มชื้นทั่วไป ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าวทั่วทุกเขตพื้นที่ เพราะเป็นช่วงปลอดมรสุม และร้อนจัดที่สุดในเดือนเมษายน สำหรับสถิติข้อมูลอุณหภูมิของจังหวัดขอนแก่น โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาขอนแก่น เปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปี (2548-2552) ระบุว่า อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ที่ 27.0 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด วัดได้ 41.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550 และอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 10.2 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2552 

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ป่าไม้

เป็นพื้นที่ป่า 2,277,675 ไร่ (ร้อยละ 33.57 ของพื้นที่จังหวัด) มีอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง มีพื้นที่รวม 477,589 ไร่ วนอุทยาน 2 แห่ง มีพื้นที่รวม 6,200 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ 22 ป่า มีพื้นที่รวม 1,697,052 ไร่ ป่าชุมชน 206 แห่ง มีพื้นที่รวม 49,316 ไร่ สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง พรรณไม้สำคัญ ได้แก่ ประดู่ มะค่าโมง ตะแบก เหียง พลวง แดง เต็ง รัง พรรณไม้พื้นล่างที่ขึ้นอยู่หนาแน่น ได้แก่ หว่านไพร ชัน ข่าป่า เพ็ก หวาย กล้วยไม้ป่า หญ้าคา แฝก ฯลฯ

(ที่มา : สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 ขอนแก่น 2554)

แหล่งน้ำ

       (๑)  น้ำผิวดิน

จังหวัดขอนแก่นอยู่ในเขตของลุ่มน้ำหลัก 2 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี  พื้นที่ลุ่มน้ำมูล ได้แก่ กลุ่มลุ่มน้ำสาขาที่ไหลลงลำห้วยแอก ลำห้วยสะแทด และลำพังชู ในส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำชี ได้แก่      กลุ่มลุ่มน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ กลุ่มลุ่มน้ำที่ไหลลงลำน้ำพองตอนล่าง กลุ่มลุ่มน้ำที่ไหลลงแม่น้ำชี และกลุ่มลุ่มน้ำสาขาลำปาวตอนบน โดยมีลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ ลำน้ำพอง ลำน้ำเชิญ และลำน้ำชี  ซึ่งสามารถแบ่งพื้นที่จังหวัดขอนแก่นทั้งหมดออกเป็น 11 ลุ่มน้ำ และปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายเดือนที่เกิดจากพื้นที่   รับน้ำของจังหวัดขอนแก่นทั้ง 11 ลุ่มน้ำย่อยสรุปได้ ดังนี้

ตารางที่ 1 : ข้อมูลลุ่มน้ำจังหวัดขอนแก่น

ลำดับที่

ลุ่มน้ำย่อย

พื้นที่รับน้ำฝน (ตร.กม.)

ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย
(ล้าน ลบ.ม)

1

ลุ่มน้ำห้วยแอก

859.39

120.93

2

ลุ่มน้ำลำสะแทด

77.86

11.83

3

ลุ่มน้ำพังชู

189.89

26.86

4

ลุ่มน้ำชีส่วนที่ 2

350.49

37.29

5

ลุ่มน้ำชีส่วนที่ 3

3,244.00

362.23

6

ลุ่มน้ำลำห้วยสามหมอ

98.29

15.58

7

ลุ่มน้ำพองตอนบน

2,150.49

411.78

8

ลุ่มน้ำพองตอนล่าง

2,194.42

359.69

9

ลุ่มน้ำลำปาวตอนบน

95.52

26.38

10

ลุ่มน้ำเชิญ

1,168.57

174.53

11

ลุ่มน้ำห้วยสายบาตร

457.06

87.82


รวม

10,885.98

1,634.92

ที่มา : โครงการชลประทานขอนแก่น 2554

       ปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ลุ่มน้ำชี  จากการรวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำท่าจากสถานีวัดน้ำท่าที่อยู่ใน  ลุ่มน้ำชีทั้งหมด32 สถานี พบว่าปริมาณน้ำท่าของแม่น้ำชีส่วนใหญ่จะมีมากในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน และมีปริมาณน้อยในช่วงฤดูแล้งโดยเดือนที่มีปริมาณน้ำท่าสูงสุดได้แก่ช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ส่วนลุ่มน้ำย่อยที่อยู่ในลุ่มน้ำมูลพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จะมีปัญหาการขาดแคลนน้ำมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำท่าที่เกิดจากลุ่มน้ำมีน้อย และยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดกลาง

                  จังหวัดขอนแก่นมีลำน้ำที่สำคัญไหลผ่าน 3 สาย ดังนี้

                1)  ลำน้ำพอง  มีต้นกำเนิดจากภูกระดึงและเทือกเขาสันปันน้ำของลุ่มน้ำป่าสักกับลุ่มน้ำชี ไหลผ่าน อ.ภูกระดึง จ.เลย และ อ.อุบลรัตน์, อ.เมือง จ.ขอนแก่น และไหลบรรจบแม่น้ำชีที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่นมีการก่อสร้างเขื่อนอุบลรัตน์กั้นลำน้ำพอง ที่ อ.อุบลรัตน์  เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทาน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 258,000 ไร่   โดยการก่อสร้างฝายหนองหวายเพื่อทดน้ำ ที่ อ.น้ำพอง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย

        ลำน้ำพองสามารถแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

                                1.1)  ลำน้ำพองตอนบน   ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ลำน้ำสาขาประกอบด้วย หนองโก ลำน้ำพวย ห้วยทรายขาว ลำน้ำมอ ห้วยแกน และห้วยซำจาน ซึ่งไหลลงเขื่อนอุบลรัตน์

                              1.2)  ลำน้ำพองตอนล่าง ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ ลำน้ำสาขาประกอบด้วย ห้วยทราย ห้วยคุมมุมห้วยยาง ห้วยโจด ห้วยเสือเต้น ห้วยเสียว ห้วยเก้าคต ห้วยใหญ่ ห้วยสายบาตร และห้วยพระคือ

                2)  ลำน้ำเชิญ   มีต้นกำเนิดจากสันปันน้ำของลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำชี ใน จ.ชัยภูมิ และ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และไหลลงเขื่อนอุบลรัตน์ที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

                3) ลำน้ำชี   มีต้นกำเนิดจากสันปันน้ำของลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำชี ใน จ.ชัยภูมิ  ไหลเข้าสู่จังหวัดขอนแก่นบริเวณ อำเภอแวงน้อย ไหลผ่านอำเภอแวงใหญ่ อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ไหลผ่าน จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร และบรรจบแม่น้ำมูล ที่จังหวัดอุบลราชธานี ความยาว 900 กม. ในสภาพปัจจุบันภาพน้ำท่าจากแม่น้ำชีไหลผ่านแม่น้ำมูลประมาณ 8.752 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี

       (๒)  น้ำบาดาล

        บ่อบาดาลในจังหวัดขอนแก่นมีจำนวน 6,462 บ่อ บ่อน้ำบาดาลส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์    เพื่อการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านและเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ส่วนบ่อบาดาลที่ใช้สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ    เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การประมง และการเลี้ยงสัตว์ มีอยู่บ้างแต่เป็นจำนวนไม่มากนัก จำนวนบ่อบาดาล

ที่ดำเนินการขุดเจาะโดยหน่วยงานต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

ตารางที่ 2 : ข้อมูลบ่อน้ำบาดาลจังหวัดขอนแก่น

ประเภท

จำนวน

1) บ่อน้ำบาดาล (บ่อ)
   - ใช้การได้ (บ่อ)

- หมดสภาพ (บ่อ)

6,462

6,066

396

2) จุดจ่ายน้ำ (แห่ง)

71

3) น้ำดื่มได้ (แห่ง)

39

4) ระบบประปาบาดาล (แห่ง)â

1,705

รวม

8,167

ที่มา  : ศูนย์ทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 3 ขอนแก่น  2554
หมายเหตุ â = ผลการสำรวจปี 2548 เป็นบ่อที่หมดสภาพเป็นบ่อที่รออุดกลบภายหลัง

ตารางที่ 3 : โครงการแหล่งน้ำในจังหวัดขอนแก่น 

ขนาดโครงการ

จำนวน

(แห่ง)

ปริมาณน้ำเก็บกัก

(ล้าน ลบ.ม.)

พื้นที่รับประโยชน์

(ไร่)

โครงการขนาดใหญ่

2

2,263.60

143,767

โครงการขนาดกลาง

19

81.44

51,948

โครงการขนาดเล็ก

441

37.13

145,681

โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า

109

-

212,065

ที่มา : โครงการชลประทานขอนแก่น 2554

ทรัพยากรธรณี

แหล่งทรัพยากรธรณีที่สำคัญในจังหวัดขอนแก่น คือ

1. แร่หินปูน มีอยู่ในเขตอำเภอภูผาม่าน อำเภอสีชมพู และอำเภอชุมแพ มีพื้นที่รวม 160 ไร ปริมาณแร่สำรอง 61.43 ล้านตัน มีการประกอบกิจการเหมืองแร่หินปูนเพื่อการอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำนวน 12 แปลง

2. ก๊าซธรรมชาติ พบที่อำเภอน้ำพอง เขาสวนกวาง และอำเภอชนบท มีเพียงแหล่งที่อำเภอน้ำพองและอำเภอเขาสวนกวางที่ได้ขุดขึ้นมาใช้เป็นแหล่งพลังงานความร้อนร่วมในการผลิตกระแสไฟฟ้า     ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมีหลุมขุดเจาะก๊าซ จำนวน 2 แห่ง คือ

2.1 หลุมขุดเจาะก๊าซ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพองมีปริมาณก๊าซสำรองประมาณ 1.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ในปี พ.ศ.2533 มีปริมาณการใช้วันละ 40 ล้านลูกบาศก์ฟุต ปี พ.ศ.2537 มีปริมาณการใช้วันละ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุต ก๊าซที่แหล่งน้ำพองมีโรงงานผลิตก๊าซตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับหลุมขุดเจาะก๊าซ

2.2 แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม บริษัท เฮสส์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยมีหลุมขุดเจาะอยู่ที่อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี และตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเขาสวนกวาง มีปริมาณก๊าซสำรอง 500,000-700,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต และมีการต่อท่อระยะทาง 63 กม. เพื่อนำมาผลิตก๊าซที่ตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง     มีกำลังการผลิต 70 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

3.แหล่งแร่ที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น คือ แร่โพแทช หมายถึง แร่ที่มีธาตุโพแทชเซียม (K) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ แร่โพแทชที่เกิดร่วมกับเกลือหินในประเทศไทยมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ  ได้แก่

3.1  แร่ซิลไวต์ (Sylvite : KCL) ซึ่งมีธาตุโพแทชเซียมสูงถึงร้อยละ 52.4  มีสีขาว  ขาวขุ่น หรือใส

3.2  แร่คาร์นัลไลต์ (Carnallite : KMgCl3H22O) ประกอบด้วยโพแทชเซียมคลอไรด์ (KCl) ร้อยละ 26.87 และแมกเนเซียมคลอไรด์ (MgCl2) ร้อยละ 34.3

แร่โพแทชที่พบในจังหวัดขอนแก่น ส่วนใหญ่จะเป็นแร่คาร์นัลไลต์ มีความหนาเฉลี่ย 25.88 เมตร  ที่ระดับความลึกประมาณ 200-300 เมตร พบได้ในบริเวณพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอบ้านฝาง และอำเภอทางตอนไต้ของจังหวัด แร่คาร์นัลไลต์ของจังหวัดขอนแก่น มีปริมาณที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ประมาณ 27,800 ล้านเมตริกตัน และแร่ซิลไวต์มีปริมาณที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ประมาณ 580 ล้านเมตริกตัน



ไฟล์:Amphoe Khon Kaen.svg

 

การปกครองแบ่งออกเป็น 26 อำเภอ 199 ตำบล 2139 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองขอนแก่น
  2. อำเภอบ้านฝาง
  3. อำเภอพระยืน
  4. อำเภอหนองเรือ
  5. อำเภอชุมแพ
  6. อำเภอสีชมพู
  7. อำเภอน้ำพอง
  8. อำเภออุบลรัตน์
  9. อำเภอกระนวน
  10. อำเภอบ้านไผ่
  11. อำเภอเปือยน้อย
  12. อำเภอพล
  13. อำเภอแวงใหญ่
  14. อำเภอแวงน้อย
  15. อำเภอหนองสองห้อง
  16. อำเภอภูเวียง
  17. อำเภอมัญจาคีรี
  18. อำเภอชนบท
  19. อำเภอเขาสวนกวาง
  20. อำเภอภูผาม่าน
  21. อำเภอซำสูง
  22. อำเภอโคกโพธิ์ไชย
  23. อำเภอหนองนาคำ
  24. อำเภอบ้านแฮด
  25. อำเภอโนนศิลา
  26. อำเภอเวียงเก่า

หัวหน้าส่วนราชการ

 
ผู้ว่าราชการจังหวัด   นายสมบัติ  ตรีวัฒน์สุวรรณ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

นายพยัต  ชาญประเสริฐ

นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย

นายธนวัฒน์  พลอยโสภณ 

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายคุมพล  บรรเทาทุกข์

หน่วยงานบริหารราชการ 

            ส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค                              35        แห่ง

            ส่วนราชการสังกัดส่วนกลางและรัฐวิสาหกิจ           208      แห่ง

            ส่วนราชการสังกัดส่วนท้องถิ่นได้แก่

                        เทศบาลนคร                                            1        แห่ง

                        เทศบาลเมือง                                           3        แห่ง

                        เทศบาลตำบล                                        62        แห่ง

                        องค์การบริหารส่วนจังหวัด                         1        แห่ง

                        องค์การบริหารส่วนตำบล                          158      แห่ง


ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น (ธันวาคม 2553)



การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

            จังหวัดขอนแก่นมีเขตเลือกตั้ง 4 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 11 คน ประกอบด้วย

พื้นที่เขต 1

นายภูมิ สาระผล

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ

นายจักริน พัฒนดํารงจิต

พื้นที่เขต 2  

นายเรืองเดช สุพรรณฝาย

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช

นางดวงแข อรรณนพพร

พื้นที่เขต 3

นายจตุพร  เจริญเชื้อ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข

นายปัญญา ศรีปัญญา

พื้นที่เขต 4

นายสุชาย ศรีสุรพล

นายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 

  จังหวัดขอนแก่นเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดขอนแก่นตามผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 ได้แก่

-นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์



 

ประชากร

            มีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,767,601 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 876,252 คน และเพศหญิงจำนวน 891,349 คน 

แรงงาน

ประชากรและกำลังแรงงาน ผลสำรวจข้อมูลสภาวการณ์ทำงานไตรมาส 4 ปี 2554 (ตุลาคม-ธันวาคม) ของสำนักงานสถิติจังหวัดขอนแก่น พบว่ามีประชากรทั้งสิ้น 1,897,161 คน เป็นผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,514,236 คน คิดเป็นร้อยละ 79.82 ของประชากรรวมทั้งหมด เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวน 1,051,684 คน คิดเป็นร้อยละ 69.45 ของผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยแบ่งเป็น ผู้มีงานทำจำนวน 1,035,432 คน คิดเป็นร้อยละ 98.45 ผู้ว่างงานจำนวน 5,572 คน คิดเป็นร้อยละ 0.53 ผู้รอฤดูกาลจำนวน 10,681 คน คิดเป็นร้อยละ 1.02 ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน ส่วนผู้ที่ไม่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวน 462,552 คน คิดเป็นร้อยละ 30.55 ของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แบ่งเป็นกลุ่มทำงานบ้านจำนวน 133,355 คน คิดเป็นร้อยละ 28.83 กลุ่มเรียนหนังสือจำนวน 150,464 คน คิดเป็นร้อยละ 32.53 และอื่นๆ จำนวน 178,732 คน คิดเป็นร้อยละ 38.64 ของผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน

ส่วนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี มีจำนวน 382,925 คน คิดเป็นร้อยละ 20.18 ของประชากรรวมทั้งหมด

การมีงานทำ การมีงานทำของประชากรในจังหวัดขอนแก่น พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 1,035,431 คน แบ่งเป็น ชายจำนวน 588,091 คน คิดเป็นร้อยละ 57.17 หญิงจำนวน 447,340 คน คิดเป็นร้อยละ 42.83 ซึ่งจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ทำงานในสาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้มีจำนวน 467,696 คน คิดเป็นร้อยละ 45.17 ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีงานทำ รองลงมาคือ การขายส่ง ขายปลีกมีจำนวน 134,202 คน คิดเป็นร้อยละ 12.96 การผลิต มีจำนวน 131,828 คน คิดเป็นร้อยละ 12.73 กิจการโรงแรมและอาหารจำนวน 74,922 คน คิดเป็นร้อยละ 7.24 การก่อสร้างจำนวน 59,492 คน คิดเป็นร้อยละ 5.75

การว่างงาน มีผู้ว่างงานจำนวนทั้งสิ้น 5,572 คน เป็นชายจำนวน 3,561 คน คิดเป็นร้อยละ 63.91 เป็นหญิงจำนวน 2,011 คน คิดเป็นร้อยละ 36.09 ของผู้ว่างงานทั้งหมด

การจัดหางานในประเทศ มีตำแหน่งงานว่างทั้งสิ้น 1,379 คน เป็นชายจำนวน 336 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 24.37 เป็นหญิงจำนวน 67 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 4.86 และไม่ระบุเพศจำนวน 976 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 70.78

ผู้ลงทะเบียนสมัครงานจำนวนทั้งสิ้น 3,486 คน เป็นชายจำนวน 1,419 คน คิดเป็นร้อยละ 40.71 เป็นหญิงจำนวน 2,067 คิดเป็นร้อยละ 59.29

การบรรจุงานมีจำนวนทั้งสิ้น 595 คน เป็นชายจำนวน 262 คน คิดเป็นร้อยละ 44.03 เป็นหญิงจำนวน 333 คน คิดเป็นร้อยละ 55.97

แรงงานต่างด้าว มีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรว่าด้วยกฎหมายคนเข้าเมืองและคนต่างด้าวบนพื้นที่สูง ณ เดือนธันวาคม 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 509 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทชั่วคราว จำนวน 444 คน คิดเป็นร้อยละ 87.23 และรองลงมาเป็นการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 8.84 ส่วนคนต่างด้าวมาตรา 12 ( คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายพิเศษ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น) จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 3.93

แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการผ่อนผันให้ทำงานชั่วคราวตามมติคณะรัฐมนตรี ณ เดือนมิถุนายน 2554 จำนวนทั้งสิ้น 2,171 คน โดยแรงงานต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานส่วนใหญ่เป็นสัญชาติพม่าจำนวน 1,594 คน คิดเป็นร้อยละ 73.42 รองลงมาสัญชาติลาวจำนวน 393 คน คิดเป็นร้อยละ 18.10 ส่วนสัญชาติกัมพูชาจำนวน 184 คน คิดเป็นร้อยละ 8.48

สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามข้อตกลงระหว่างรัฐ(MOU) ได้แก่ แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา สัญชาติที่มีมากที่สุดคือ สัญชาติลาวจำนวน 1,001 คน รองลงมาสัญชาติพม่าจำนวน 302 คน (ที่มา : สำนักงานแรงงานจังหวัดขอนแก่น 2554)

ประกันสังคม

ไตรมาส 4 ปี 2554 (ตุลาคม-ธันวาคม) สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคมจำนวน 5,569 แห่ง ผู้ประกันตน 118,044 คน รายรับ 607,983,451.81 บาท รายจ่าย 244,505,142.53 บาท(ข้อมูล มกราคม-ธันวาคม 2554) สำหรับสถานประกอบการที่มีนายจ้างขึ้นทะเบียนกองทุนทดแทนจำนวน 4,850 แห่ง รายรับ 13,314,288.59 บาท รายรับ 11,350,704.15 บาท(ข้อมูล มกราคม-ธันวาคม 2554) ผู้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมกรณีว่างงาน 93,660 คน  ผู้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมตามมาตรา39 (การสมัครใจประกันตนต่อหลังจากสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน) 10,228 คน มีผู้ใช้บริการสถานพยาบาลประกันสังคมจำนวน 147,010 ราย พบได้ว่ามีผู้ใช้บริการในสถานพยาบาลของรัฐจำนวน 140,714 ราย คิดเป็นร้อยละ 95.72 และผู้ใช้บริการในสถานพยาบาลของเอกชนจำนวน 6,296 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.28

ด้านเงินกองทุนทดแทนมีจำนวนของผู้มาใช้บริการจากการประสบอันตรายจากการทำงานจำนวน 208 คน ซึ่งมีผู้ประกันตนที่ใช้บริการสูงสุด แยกเป็นหยุดงานไม่เกิน 3 วัน จำนวน 166 คน คิดเป็นร้อยละ 79.81 และหยุดงานเกิน 3 วัน จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 12.98 สูญเสียอวัยวะบางส่วนจำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 6.73 เสียชีวิตจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.48

มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดขอนแก่นทั้งหมด 4 แห่ง เป็นสถานพยาบาลของรัฐจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โรงพยาบาลชุมแพ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ส่วนสถานพยาบาลเอกชนจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเวชประสิทธิ์

หมายเหตุ สถานประกอบการ หมายถึง สถานที่หรือบางส่วนของสถานที่ที่มีที่ตั้งที่แน่นอนและมีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ว่ากิจกรรมนั้นจะดำเนินงานโดยบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือควบคุมกิจการโดยนิติบุคคล

 (ที่มา : สำนักงานประกันสังคมจังหวัดขอนแก่น 2554)

การศึกษา

โรงเรียนทุกสังกัดที่เปิดทำการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 1,365 แห่ง  จำนวนนักเรียน 331,305 คน จำนวนครู 13,599 คน จำนวนห้องเรียน 11,599 ห้อง (ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ 2554) สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา 6 แห่ง เป็นของรัฐ 3 แห่ง   เอกชน 3 แห่ง

สาธารณสุข

มีสถานบริการสาธารณสุข ประกอบด้วย โรงพยาบาล 32 แห่ง เป็นโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 23 แห่ง มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2 แห่ง กระทรวงกลาโหม 1 แห่ง กรมอนามัย 1 แห่ง กรมสุขภาพจิต 1 แห่ง กรมการแพทย์ 1 แห่ง เอกชน 3 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 248 แห่ง บุลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ 888 คน (อัตราส่วนต่อคนไข้ 1:1,985 )  ทันตแพทย์ 209 คน (อัตราส่วนต่อคนไข้ 1:8,432) เภสัชกร 288 คน (อัตราส่วนต่อคนไข้ 1:7,729)  และพยาบาล 3,489 คน (อัตราส่วนต่อคนไข้ 1:505) (ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น 2554)

ศาสนาและวัฒนธรรม

ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา 1,312 แห่ง ประกอบด้วย วัด 1,276 แห่ง โบสถ์คริสต์ 58 แห่ง มัสยิด 7 แห่ง และสุเหร่า 2 แห่ง โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม - บาลี 26 แห่ง และมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง (สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น 2554)

การดำเนินงานในด้านการส่งเสริม และอนุรักษ์วัฒนธรรม ได้จัดให้มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จำนวน 138 แห่ง  โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน 45 แห่ง  แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 12 แห่ง ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม 79 แห่ง ศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษา 26 แห่ง องค์กรเครือข่ายทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย สภาวัฒนธรรมจังหวัด 1 แห่ง สภาวัฒนธรรมอำเภอ 26 แห่ง สภาวัฒนธรรมตำบล 199 แห่ง สภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน 2,337 แห่ง (ที่มา : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น 2554)



 

ปี 2553 GPP จังหวัดขอนแก่นมีมูลค่าจำนวน 155,469 ล้านบาท เป็นลำดับที่ 12 ของประเทศ และเป็นลำดับที่ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือรองจากจังหวัดนครราชสีมา รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (Per Capita GPP) ของจังหวัดขอนแก่น ปี 2553 คือ 82,211 บาท  อยู่ในอันดับที่ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นอันดับที่ 38 ของประเทศ (ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2554)

อุตสาหกรรม

มีโรงงานอุตสาหกรรมได้รับอนุญาตให้ประกอบการ (สะสมจำพวก 2,3) จำนวนทั้งสิ้น 1,368 โรงงาน เงินทุน 71,206,090,959 บาท คนงาน 47,648 คน แยกตามจำพวกโรงงานได้ดังนี้

จำพวกที่

จำนวนโรงงาน

จำนวนเงินลงทุน (บาท)

จำนวนคนงาน

2

552

870,486,295

4,119

3

867

72,698,042,484

44,586

รวม

1,419

73,568,528,779

48,705

ตารางที่ 5 : ประเภทโรงงานอุตสาหกรรม

หมายเหตุ จำพวกที่ 2 คือ ต้องแจ้งให้ทราบก่อนการประกอบกิจการโรงงาน

           จำพวกที่ 3 คือ ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินกิจการได้

(ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น 2554)

สาขาอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุด 7 อันดับแรกของจังหวัดขอนแก่น ได้แก่

1.  อุตสาหกรรมอโลหะ                    จำนวน 208 โรงงาน

2.  อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ                จำนวน 202 โรงงาน

3.  อุตสาหกรรมขนส่ง                      จำนวน 179 โรงงาน

4.  อุตสาหกรรมอาหาร                     จำนวน 131 โรงงาน

5.  อุตสาหกรรมการเกษตร                      จำนวน 111 โรงงาน

6.  อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล           จำนวน 114 โรงงาน

7.  อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้    จำนวน 56 โรงงาน

มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการที่ใช้แรงงานเกิน 100 คนขึ้นไป แยกได้ดังนี้

1.  โรงงานที่ใช้คนงานตั้งแต่ 100-200 คน         มี 33 โรงงาน

2.  โรงงานที่ใช้คนงานตั้งแต่ 200-500 คน         มี 25 โรงงาน

3.  โรงงานที่ใช้คนงานตั้งแต่ 500-1,000 คน      มี 7 โรงงาน

4.  โรงงานที่ใช้คนงานตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป    มี 7 โรงงาน

เกษตรกรรม

มีพื้นที่การเกษตร  4,369,043 ไร่ (ร้อยละ 64.19 ของพื้นที่จังหวัด) โดยอยู่ในเขตชลประทาน 757,542 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 13.14 ของพื้นที่การเกษตร หรือร้อยละ 8 ของพื้นที่จังหวัด) จำนวนคนทำงานในภาคเกษตร 324,879 คน(ที่มา : สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น 2554)

โดยมีผลผลิตจากพืชที่สำคัญ ดังนี้

ข้าว

4นาปรัง   ผลผลิตรวม        167,498   ตัน

4นาปี              ผลผลิตรวม        746,562   ตัน

อ้อยโรงงาน       ผลผลิตรวม        4,587,830        ตัน

มันสำปะหลัง      ผลผลิตรวม        683,386   ตัน

ถั่วเหลือง   ผลผลิตรวม        7,673               ตัน

โดยมีผลผลิตจากสัตว์ที่สำคัญ ดังนี้

        โคเนื้อ       ผลผลิตรวม                45,654             ตัว

        สุกร  ผลผลิตรวม                142,531           ตัว

        ไก่เนื้อ       ผลผลิตรวม                8,095,504                ตัว

        โคนม        ผลผลิตน้ำนมดิบรวม   25,249             ตัน

        ไก่ไข่        ผลผลิตไข่ไก่รวม                109,096,191            ฟอง

(ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เขต 4 ปี 2554)

พลังงาน

มีโรงงานผลิตเอทานอล 2 แห่ง กำลังการผลิตจากมันสำปะหลัง 130,000 ลิตร/วัน และจากกากน้ำตาล 150,000 ลิตร/วัน  สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 523 แห่ง  สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (NGV) 9 แห่ง สถานีบริการก๊าซ LPG 30 แห่ง และร้านจำหน่ายก๊าซหุงตุ้ม (LPG) 80 แห่ง

(ที่มา : สำนักงานพลังงานจังหวัดขอนแก่น 2554)

การสื่อสารและโทรคมนาคม

มีที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 28 แห่ง แยกเป็นประเภทรับฝาก (ปทฝ.) 4 แห่ง และประเภทรับ-จ่าย (ปทจ.) 24 แห่ง มีสำนักงานเขตโทรศัพท์ภูมิภาคที่ 2 ซึ่งมีชุมสายในการปฏิบัติงานในจังหวัด 8 แห่ง

สื่อมวลชนมีสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ขอนแก่น สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 สถานีถ่ายทอดผ่านดาวเทียมของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และช่อง 9 อ.ส.ม.ท. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ช่อง 7 และทีวีไทย นอกจากนี้ยังมีสถานีวิทยุกระจายเสียง 14 สถานี หนังสือพิมพ์ส่วนกลาง 12 ฉบับ และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 13 ฉบับ

การเงินการธนาคาร

เป็นที่ตั้งของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสถาบันการเงินพิเศษของรัฐ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  ธนาคารออมสิน  ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย รวมทั้งธนาคารพาณิชย์สาขาหลักและสาขาย่อย รวมทั้งสิ้น 100 แห่ง

-ปริมาณเงินฝากธนาคารพาณิชย์คงค้าง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2554 มียอดคงค้าง 66,089.73 ล้านบาท ขยายตัวจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 5.46 ชะลอตัวจากเดือนที่แล้วที่ขยายตัวร้อยละ 7.26 ตามการชะลอตัวของเงินฝากออมทรัพย์

-ปริมาณเงินฝากธนาคารรัฐ (ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ณ สิ้นเดือนกันยายน 2554 มียอดค้าง 32,947.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.24 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนที่แล้วที่ขยายตัวร้อยละ 20.21 เนื่องจากการขยายตัวของเงินฝากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในขณะที่เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห์ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า

-ปริมาณสินเชื่อธนาคารพาณิชย์คงค้าง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2554 มียอดคงค้าง 89,589.87 ล้านบาท ขยายตัวจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ร้อยละ 13.02 ชะลอตัวเล็กน้อยจากเดือนที่แล้วที่ขยายตัวร้อยละ 17.35 ตามการชะลอตัวของเงินเบิกเกินบัญชี เงินให้กู้ และตั๋วเงิน

-ปริมาณสินเชื่อธนาคารรัฐ (ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2554 มียอดค้าง 60,964.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24.60 ชะลอตัวจากเดือนที่แล้วที่ขยายตัวร้อยละ 26.36 จากการชะลอตัวของสินเชื่อตามนโยบายของภาครัฐผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อย่างไรก็ตามสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ปรับตัวดีขึ้น ตามสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

(ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2554)

การค้าและการบริการ

มีโรงแรม  142 แห่ง  ห้องพัก 3,856 ห้อง  มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 6 แห่ง และขนาดกลาง 23 แห่ง โรงภาพยนตร์ 20 โรง สถานบริการ 70 แห่ง (ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น 2554)

ไฟฟ้า

          การไฟฟ้า มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญ คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง กำลังผลิต 25.2 เมกกะวัตต์ และ 710 เมกกะวัตต์ตามลำดับ สถานะการใช้ ไฟฟ้าของจังหวัดขอนแก่น 475,740 ครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้แล้ว 461,737 ครัวเรือน เป็นร้อยละที่มีไฟฟ้าใช้ 97.06



ประเพณี

งานเทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น   

                                                

ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนถึง 10 ธันวาคมของทุกปี เป็นงานเทศกาลประจำปี ที่ได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนขอนแก่นที่มีความเชี่ยวชาญในการเลี้ยงไหมเพื่อให้ได้มาซึ่งเส้นไหมที่มีคุณภาพ ประกอบกับเทคนิคการมัด-ย้อม ที่ต้องใช้ทักษะความชำนาญที่มีการถ่ายทอด สั่งสมจากบรรพบุรุษ "ผ้าไหมมัดหมี่" จึงลือเลื่องในความประณีต สวยงาม เป็นที่นิยมนำมา    ตัดสวมใส่ และเป็นผลิตภัณฑ์ของฝากที่นำมาซึ่งความชื่นชมยินดี ทั้งผู้ให้และผู้รับ "งานไหม" กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม ของทุกปีนอกจากเป็นงานที่รวบรวมผ้าไหมที่สวยงามและคุณภาพดีของจังหวัดแล้ว ยังมี "พิธีผูกเสี่ยว" เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่มีมายาวนาน (เสี่ยว หมายถึง เพื่อนแท้ หรือเพื่อนตาย) เป็นการสร้างความรัก ความผูกพันระหว่างกันมากยิ่งขึ้น

งานสุดยอดประเพณีสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน-เสียงแคน และถนนข้าวเหนียว 

บริเวณริมบึงแก่นนคร และถนนข้าวเหนียว (ถนนศรีจันทร์) เทศบาลนครขอนแก่น ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นงานเทศกาลประจำปีที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีกิจกรรมการทำบุญตักบาตร การรดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุ ขบวนแห่รถบุปพชาติ การละเล่นพื้นบ้าน และการเล่นสาดน้ำ โดยเฉพาะบริเวณ ถนนข้าวเหนียวที่จัดให้เป็นเขตปลอดแอลกอฮอล์ จึงเป็นที่นิยมของคนทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ และชาวขอนแก่น จะร่วมกันสวมใส่เสื้อสีเหลือดอกคูนเล่นน้ำสงกรานต์ จนทั้งเมืองเต็มไปด้วยสีเหลืองของทั้งดอกคูนที่ออกดอกสะพรั่ง และสีสันของเสื้อสีเหลืองดอกคูน ที่ทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่ในเทศกาลดังกล่าว

งานไหว้พระธาตุขามแก่น 

พระธาตุขามแก่น สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมือง ตามตำนานเล่าว่า พระอรหันต์เมืองโมรีย์อัญเชิญพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้าไปบรรจุไว้ในพระธาตุพนม ครั้นเดินทางผ่านมาได้วางพระอังคารธาตุบนตอมะขามใหญ่ที่ตาย เมื่อเดินทางถึงพระธาตุพนม  ทราบว่าได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเรียบร้อยแล้ว จึงอัญเชิญพระอังคารธาตุกลับเส้นทางเดิมแล้วได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ คือ ตอมะขามที่ตายแล้วกลับผลิกิ่งก้าน จึงสร้างเจดีย์ครอบตอมะขาม พร้อมนำพระอังคารธาตุบรรจุไว้ภายใน "พระธาตุขามแก่น" ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วัดเจติยภูมิ อำเภอน้ำพอง โดยงานไหว้พระธาตุขามแก่นจะจัดขึ้นที่วัดเจติยภูมิ อำเภอน้ำพองในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี

งานศิวะราตรี ปูชนียาลัย ปราสาทเปือยน้อย

เป็นงานแสดงแสง สี เสียง (MINI LIGHT & SOUND) ณ บริเวณปราสาทเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปราสาท และเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น พร้อมกับการสืบสานประเพณีผูกเสี่ยว ซึ่งมีการจัดพิธีดังกล่าวในงานด้วย

ประเพณีออกพรรษา ไต้ประทีปโคโคมไฟ และวิถีอีสาน

งานลอยกระทรง หรือลอยประทีปโคมไฟในวันออกพรรษา ตามความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณ เพื่อเป็นการบูชาองค์  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ณ บริเวณบึงแก่นนคร เทศบาลนครขอนแก่น

ประเพณีตักบาตรเทโว นมัสการองค์พระใหญ่ ไหว้รอยพระพุทธบาท

เป็นการจำลองพุทธประวัติ โดยพระภิกษุจำนวนกว่า 500 รูป เดินจากบริเวณลานพระใหญ่บนยอดเขา ตามบันไดนาคลงมายังพื้นราบศาลาวัดพระพุทธบาทภูพาน อำเภออุบลรัตน์ สูง 1,049 ขั้น การการจำลองขบวนนางฟ้า นางสวรรค์ เทพบุตร เทพธิดา จำนวนกว่า 1,000 คน และทุกปีมีประชาชนกว่า 30,000 คน ร่วมตักบาตรเทโวอาหารแห้ง และจตุปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีตักบาตรเทโวแล้ว จะมีการปล่อยโคมลมยักษ์ จุดตะไลยักษ์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง เนื่องในช่วงเทศกาลออกพรรษาด้วย




กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย

ตั้งอยู่ที่บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่

เขื่อนอุบลรัตน์

เนื่องจากสร้างข้ามแม่น้ำพองโดยปิดกั้นลำน้ำพองตรงบริเวณช่องเขาที่เป็นแนวต่อระหว่างเทือกเขาภูเก้าและภูพานคำ การก่อสร้างเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2507 แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2509 

ถ้ำค้างคาวภูผาม่าน

เป็นถ้ำขนาดใหญอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาม่านภายในถ้ำมีค้างคาวปากย่นอาศัยอยู่หลายล้านตัว ในช่วงเย็นย่ำของทุกวัน ค้างคาวจะบินออกจากถ้ำไปหากินเป็นริ้วขบวนยาวนับสิบกิโลเมตร

ถ้ำพญานาคราช

เป็นถ้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ ภายในถ้ำมีพื้นที่กว้างขวาง แป่งออกเป็นห้องๆ แต่ละห้องจะมีหินงอกหินย้อยเป็นช่อขึ้นต่อกันเป็นเสาต้นใหญ่

ถ้ำภูตาหลอ

ตั้งอยุ่ที่บ้านวังสวาบ ตำบลวังสวาบ อำเภอภูผาม่าน เป็นถ้ำที่อยู่บนเนิน ภายในถ้ำอากาศเย็นสบาย ไม่มีค้างคาวและกลิ่นอับชื้น มีห้องโถงขนาดใหญ่ พื้นถ้ำเป็นดินเรียบ มีหินงอกหินนย้อยอยู่ในสภาพสมบูรณ์

ถ้ำลายมือ

อยู่ที่บ้านดอนกอก อำเภอหนองเรือ กรมศิลปากรสำรวจในปี พ.ศ.2526 มีลักษณะเป็นเพิงหิน มีทางขึ้นที่สูงชัน ภาพเขียนเป็นลานเส้นสีแดง และภาพลายมือใช้สีแดงพ่นทับฝ่ามือลงบนหน้าผา

น้ำตกตาดฟ้า

เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยตาดฟ้า รอยต่อของอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น กับอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ความสูงราว 30 เมตร ในฤดูฝน้ำจะไหลแรง มีสายน้ำที่ตกลดหลั่นเป็นม่านที่งดงาม

บางแสน 2

ตั้งอยู่ที่บ้านหินเพิง ตำบลท่าเรือ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ แต่อยู่ก่อนถึงเขื่อนอุบลรัตน์มีทางทางแยกไป บรรยากาศโดยรอบของชายหาดริมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ สวยสะดุดตาเมื่อพระอาทิตย์ฉายส่องลงมาในยามเย็น

ปราสาทเปือยน้อย

ตั้งอยู่อำเภอเปือยน้อย เป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน รูปแบบทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม พบว่าน่าจะอยู่ในยุคศิลปะขอมแบบบาปวนและแบบนครวัด สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16 - 17

ผานกเค้า

เป็นภูเขาที่อยู่ตรงรอยต่อของอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น กับอำเภอภูกระดึงจังหวัดเลย ผานกเค้า เป็นหน้าผาสูงชัน ลักษณะคล้ายนกเค้าแมว


พัทยา 2

ตั้งอยู่ที่บ้านหนองกุงเซิน ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 78 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบขนาดประมาณ 20 ไร่ มักจะมีผู้คนท้องถิ่นมาพักผ่อนหย่อนใจ เพราะนอกจากจะมีทัศนียภาพที่งดงามโดยมีเทือกเขาภูพานคำตั้งตระหง่าน

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง

ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาวิจัยซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ก่อตั้งโดยความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอนแก่น และกรมทรัพยากรธรณี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น

เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุที่รวบรวม ได้จากอีสานตอนเหนือ จัดแสดงเรื่องราวอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ ศิลปวัตถุสมัยทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง ศิลปะพื้นบ้านอีสานและประวัติศาสาตร์บ้านเมืองขอนแก่น

วัดป่าแสงอรุณ

ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดป่าแสงอรุณ ตำบลพระลับ ห่างจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นประมาณ 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางขอนแก่น-กาฬสินธุ์ สิมอีสาน ได้เน้นถึงรูปแบบ ทรวดทรง ความมั่นคง

วัดพระพุทธบาทภูพานคำ

ตั้งบริเวณไหล่เขาภูพานคำ อำเภออุบลรัตน์ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในมณฑป และ พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ หรือหลวงพ่อใหญ่ สูง 14 เมตร อยู่บนยอดเขา มีบันไดทางขึ้นจากลานวัดไปยังยอดเขา

วัดมัฌิมวิทยาราม (วัดบ้านลาน)

ตั้งอยู่ที่บ้านลาน ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ สิมวัดบ้านลานสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2407 ภายในสิมเขียนภาพไว้บนผนังด้านหลังพระประธาน เป็นภาพพระพุทธรูป 2 องค์ ส่วนผนังภายนอกเขียนภาพเรื่องเวสสันดรชาดก

วัดสนวนวารีพัฒนาราม

ตั้งอยู่ที่บ้านหัวหนอง ตำบลหัวหนอง อำเภอบ้านไผ่ สิมวัดสนวนวารีพัฒนารามสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2496 ภายในสิมเขียนภาพเรื่องเวสสันดรชาดก สินไซ ราหูอมจันทร์ นาค สิงห์ ส่วนด้านนอกเขียนภาพเรื่องสินไซ และนรกภูมิ

วัดสระบัวแก้ว

ตั้งอยู่ที่บ้านสระวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง สิมวัดสระบัวแก้วสร้างขึ้นราว ปีพ.ศ.2474 ภายในสิมเขียนภาพเริ่มจากผนังด้านหน้าเวียนไปทางซ้าย ส่วนด้านนอกเขียนภาพเรื่องพระลัก พระลาม

วัดหนองแวง (พระมหาธาตุแก่นนคร)

ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมือง ภายในวัดหนองแวงซึ่งเป็นพระอารามหลวง มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุเก้าชั้น ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมตร

วัดอุดมคงคาคีรีเขต

ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านโคก เป็นวัดป่าของหลวงปู่ผางซึ่งเคยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว แต่มีอนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิของหลวงปู่ผางอยู่ในบริเวณวัด


ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดขอนแก่น

เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่ที่ถนนมิตรภาพ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ ภายในเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการต่างๆไว้มากมาย เช่น ห้องนิทรรศการโลกดึกดำบรรพ์

สิม วัดไชยศรี

สิม วัดไชยศรี สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2408 เดิมเป็นอาคารแบบสิมอีสาน ภายหลังได้ซ่อมเสริมผนังให้สูงขึ้นและทำหลังคาทรงไทย มีฮูปแต้ม(จิตรกรรมฝาผนัง) เขียน ทั้งผนังด้านในและด้านนอกสี่ด้าน

หมู่บ้านงูจงอาง

บ้านโคกสง่า ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการจัดแสดงศิลปะการต่อสู้ระหว่างคนกับงู โดยพ่อใหญ่เคน ยงลา ผู้ซึ่งประกอบอาชีพหมอยา ได้เดินทางไปขายยาสมุนไพรตามหู่บ้านต่างๆ

หมู่บ้านเต่า

หมู่บ้านเต่าจะมีเต่าบกชนิดหนึ่ง (ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า "เต่าเพ็ก") ลักษณะกระดองจะมีสีเหลืองแก่ปนน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก บ้างก็จะอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านเพื่อรออาหารจากชาวบ้าน

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

บ้านโนนอุดม และบ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงควายทั้งสองหมุ่บ้าน 149 ครัวเรือน ประมาณ 1,200 ตัว ทำให้มีรายได้จากการทำปุ๋ยชีวภาพจากมูลควาย

อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น มีเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำพอง ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขา ถือเป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำชีและลำน้ำพอง

อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ

ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเก้า อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และป่าภูพานคำ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ 322 ตารางกิโลเมตร สภาพื้นที่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรังมีทิวทัศน์สวยงาม

อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน

อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เรียกตามชื่อของภูเขาเทือกหนึ่งทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติที่มีหน้าผาสูงชันคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มองดูเหมือนกับผ้าม่านผืนใหญ่ อยู่ในท้องที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

อุทยานแห่งชาติภูเวียง

คำว่า "ภูเวียง" เป็นท้องที่อำเภอที่เก่าแก่ของจังหวัดขอนแก่นอำเภอหนึ่ง และยังเป็นชื่อเรียกของเทือกเขามีหลักฐานว่าป่าภูเวียงเคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่มีอารยธรรมเมื่อหลายพันปีล่วงมาแล้ว

โฮงมูนมัง

" โฮง คือหอเก็บสมบัติ " โฮงมูนเมืองขอนแก่น คือ หอเก็บสมบัติที่เก็บรวบรวมเรื่องราวอันเป็นที่มาของเมืองขอนแก่น ตั้งอยู่บริเวณบึงแก่นนคร อ.เมือง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิตและเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น

 



 

รายการอ้างอิง 

หัวข้อ

หน่วยงาน

เว็บไซต์

1. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

2. คำขวัญประจำจังหวัด

3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4. ประวัติ         

สำนักงานจังหวัดขอนแก่น

 

http://www.khonkaenpoc.com/


http://www.kalasin.go.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=297&Itemid=52

5. ข้อมูลทั่วไป   

   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

   5.2 อาณาเขต

   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ

   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ


   5.5 จำนวนประชากร



สำนักงานจังหวัดขอนแก่น





ประกาศสำนักทะเบียน

กลาง  กรมการปกครอง


http://www.khonkaenpoc.com/khonkaen6/fileDir/kkdata/20110117-data%20kk%2017%20Dec%2010.doc

http://kanchanapisek.or.th/kp8/kkn/kknclim.html

http://203.113.86.149/stat/y_stat53.html

6. การปกครอง  

   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง

   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ

   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ


สำนักงานจังหวัดขอนแก่น




http://www.khonkaenpoc.com

7. การเลือกตั้ง

    7.1 การเลือกตั้งสมาชิก

สภาผู้แทนราษฎร

    7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา


 สำนักงานจังหวัดขอนแก่น



http://www.khonkaenpoc.com

8. สภาพทางสังคม

    8.1 ศาสนา

    8.2 ประเพณี


 สำนักงานจังหวัดขอนแก่น



http://www.khonkaenpoc.com

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว  เว็บไซต์จังหวัดขอนแก่น http://www.khonkaenpoc.com/ 

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

            รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดขอนแก่น                                                                                            http://tourcenter.netii.net/images/province/khonkaenlogo.gif

            รูปที่ 2 ต้นชัยพฤกษ์

http://st10.satitcmu.org/forum/uploads/zai7134/2008-03-25_145310_IMG_1485

b.jpg

            รูปที่ 3 ดอกราชพฤกษ์

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/870/870/images/yellowflower04.

jpg

            รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดขอนแก่น        

                        http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/ee/Thailand_Khon_Kaen.png

            รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดขอนแก่น                                                                                                           http://www.thaienergydata.in.th/province/40/

            รูปที่ 6 ประเพณีผูกเสี่ยว

recmert.kku.ac.th         

            รูปที่ 7 และ 8 ภาพบรรยากาศงานสงกรานต์ที่จังหวัดขอนแก่น

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=grizzlybear&month=04-2009&date=06&group=26&gblog=67 

            รูปที่ 9 พระธาตุขามแก่น

hot-pearlmilktea.blogspot.com 





Warning: mysql_free_result(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/apectha/public_html/apec/th/th_provinces3.php on line 399