Search :
  Language   :   Thai   |   English  
  ยุโรป
  เอเซีย
  อเมริกาเหนือ
  อเมริกาใต้
  ออสเตรเลียและโอเชียเนีย
  แอฟริกา
  ประเทศราชอาณาจักรสวาซิแลนด์

ประเทศราชอาณาจักรสวาซิแลนด์
 
+ ธงและตราสัญลักษณ์
+ แผนที่
+ ข้อมูลทั่วไป
+ การเมืองการปกครอง
+ ประมุขและคณะรัฐบาล
+ ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า
+ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรสวาซิแลนด์
+ ตารางที่ 1: การค้า ไทย - สวาซิแลนด์
+ ตารางที่ 2: สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปสวาซิแลนด์
+ ตารางที่ 3: สินค้านำเข้าที่สำคัญจากสวาซิแลนด์
+ สถานที่ติดต่อทางการทูต
 
 
 
flag COA
ธง ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms)


 
 

แผนที่

ที่มา: CIA - The World Factbook

map

ที่มา: CIA - The World Factbook

ที่มา : Swaziland - About, Maps, Flag, Weather, Geography, People, Culture & Economy

 



 
 

ชื่อทางการ

ราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ (Kindom of Swaziland)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา อยู่ระหว่างประเทศโมซัมบิคและทวีปแอฟริกาใต้

พื้นที่

17,363 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

535 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศโมซัมบิค 105 กิโลเมตร และทวีปแอฟริกาใต้ 430 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

ภูมิประเทศส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยเทือกเขาและภูเขา และมีที่ราบลดหลั่นลงไป

สภาพภูมิอากาศ

มีภูมิอากาศที่หลากหลายตั้งแต่ภูมิอากาศเขตร้อนไปจนถึงแบบเขตร้อนกับขั้วโลก

ทรัพยากรธรรมชาติ

แร่ใยหิน ถ่านหิน ดิน แร่ดีบุก พลังงานน้ำ ป่าไม้ แหล่งทองคำและเพชรขนาดเล็ก เหมืองหิน และฝุ่น

ภัยธรรมชาติ

หน้าแล้ง

จำนวนประชากร

1,403,362 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2556)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.17% (ค่าประมาณ พ.ศ.2556)

สัญชาติ

สวาซิแลนด์

เชื้อชาติ

แอฟริกา 97% และยุโรป 3%

ศาสนา

ลัทธิไซออน 40% (ลัทธิที่เกิดจากการรวมความเชื่อทางศาสนาคริสต์ กับลัทธิบูชาพื้นเมืองเข้าด้วยกัน) คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 20% มุสลิม 10% และอื่นๆ 30%

ภาษา

อังกฤษ (ภาษาราชการใช้ในทางราชการและการทำธุรกิจ) ซิสวาติ (ภาษาราชการ)

ประวัติศาสตร์

ชนชาติสวาซิเป็นชนเผ่า Nguni เดิมอาศัยอยู่ทางแอฟริกากลาง ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของสวาซิแลนด์ถือว่ากษัตริย์องค์แรกของตนก่อนที่จะเคลื่อนย้ายลงมาในดินแดนปัจจุบัน ได้แก่ Ngwane I กษัตริย์องค์ต่อ ๆ มา ได้แก่ Dlamni I, Mswati I, Ngwane II, Dlamini II, Mavuso I, Magudulela I, Ludvonga I, Dlamini III โดยที่ไม่มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในช่วงที่ขึ้นครองราชสมบัติของกษัตริย์เหล่านี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร จึงไม่ทราบแน่นอนว่ากษัตริย์เหล่านี้ครองราชสมบัติในช่วง ค.ศ. ใดบ้าง

ชนชาติสวาซิหรือเผ่า Nguni ได้เคลื่อนย้ายลงมาทางแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ในปัจจุบันประมาณปี ค.ศ. 1750 ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ Ngwane III จึงได้ถือว่ากษัตริย์พระองค์นี้เป็นกษัตริย์องค์แรกของราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ปัจจุบัน โดยครองราชย์อยู่จนถึงปี ค.ศ. 1780 กษัตริย์องค์ต่อ ๆ มาของสวาซิแลนด์ ได้แก่ Ndugunye Sobhuza I, Mswati, Mbandzeni, Ngwane V, Sobhuza II และกษัตริย์องค์ปัจจุบัน คือ King Mswati III ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1986 เมื่อชนชาติสวาซิแลนด์อพยพลงมาอาศัยมาในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของประเทศนี้ ใหม่ ๆ ได้เกิดข้อขัดแย้งในการแย่งดินแดนกับชนเผ่าซูลู ซึ่งมีความเข้มแข็งกว่าชนเผ่า Swazi ต่อมาเมื่อมีการขุดพบทองคำในภูมิภาคนี้เมื่อปี ค.ศ. 1879 จึงมีคนผิวขาวจากยุโรปอพยพเข้าไปแสวงโชคกันมากและยึดดินแดนในภูมิภาคนี้เป็นเมืองขึ้น สวาซิแลนด์ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของคนผิวขาวเชื้อสายดัชต์ ซึ่งได้ครองดินแดนซึ่งเป็นที่ตั้งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ปัจจุบันด้วย ในขณะนั้นเรียกว่า Boer Republic of Transvaal ต่อมาคนเชื้อสายอังกฤษได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้และได้ทำสงครามชนะคนเชื้อสายดัช (Boer) เมื่อปี ค.ศ. 1903 สวาซิแลนด์จึงกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษหรือเป็น British High Commission Territory สวาซิแลนด์ได้รับเอกราชเมื่อ 6 กันยายน ค.ศ. 1968 ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับเอกราช สวาซิแลนด์เคยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตะวันตก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีพรรคการเมืองหลายพรรคและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้ง ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1973-1977 สมเด็จพระราชาธิบดี Sobhuza II แห่งราชวงศ์ Dlamini ได้ทรงปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงการปกครองของสวาซิแลนด์ โดยได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจการปกครองให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และห้ามการจัดตั้งพรรคการเมือง นอกจากนี้ ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศสวาซิแลนด์ซึ่งใช้ปกครองประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงนำแนวทางการปกครองประเทศแบบตะวันตกผสมผสานกับการปกครองตามประเพณีดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ปัจจุบันสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ซึ่งมีอิทธิพลเหนือราชอาณาจักรสวาซิแลนด์พยายามกดดันให้สวาซิแลนด์เปลี่ยนเปลงการปกครองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

สถาบันกษัตริย์

ปัจจุบันสวาซิแลนด์ยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ (King Mswati III) และมีพระราชอำนาจสิทธิขาดในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีและในคณะรัฐบาล กษัตริย์สวาซิแลนด์ทรงมีอำนาจในการปกครองประเทศมาก ทรงครอบครองกรรมสิทธิในที่ดินส่วนใหญ่ภายในประเทศ และทรงมอบสิทธิในการทำกินบนพื้นที่ต่าง ๆ ให้ประชาชนโดยมอบผ่านหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ นำไปจัดสรรให้ประชาชนทำกินโดยมีเงื่อนไขว่าจะส่งผลผลิตเป็นการตอบแทนผ่านทางหัวหน้าเผ่าพระมหากษัตริย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสวาซิแลนด์ คือ King Mswati I และ King Sobhuza II ซึ่งพระองค์หลังมีส่วนในการช่วยให้สวาซิแลนด์ได้รับเอกราชเมื่อปี ค.ศ. 1968 King Sobhuza II เป็นพระราชบิดาของ King Mswati III (สวาติที่ 3) King Sbohuza II ทรงวางรากฐานทางการเมืองและการปกครองของสวาซิแลนด์ซึ่งยังคงใช้กันต่อมาตราบเท่าทุกวันนี้ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชสมบัตินานที่สุดในโลก คือ 61 ปี (ค.ศ. 1921 ถึง ค.ศ. 1982) ทรงเป็นที่เคารพรักของประชาชนเนื่องจากทรงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับประชาชน ตามขนบธรรมเนียมของสวาซิแลนด์นั้น พระมหากษัตริย์ทรงมีพระชายาเป็นจำนวนมาก โดยทรงเลือกจากสาวเผ่าต่าง ๆ ทุกเผ่าที่มีในประเทศเพื่อให้เกิดความผูกพันกับประชาชนเผ่าต่างๆ ประมาณกันว่า King Sobhuza II มีพระราชโอรสและธิดารวม 600 พระองค์ ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดี Mswati III แห่งสวาซิแลนด์ พระองค์ปัจจุบัน มีพระชายา 12 พระองค์ และพระราชโอรส 2 พระองค์ พระราชธิดา 7 พระองค์ อนึ่ง สำหรับการราชาภิเษกนั้น จะเกี่ยวพันโดยตรงกับการคัดเลือกพระราชชนนี (Queen Mother) โดยหลังจากที่กษัตริย์เสด็จสวรรคต คณะองคมนตรี (Royal Council) ซึ่งประกอบด้วยพระราชวงศ์อาวุโสไม่จำกัดจำนวน จะคัดเลือกผู้เหมาะสมจากบรรดาพระชายาของกษัตริย?พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ลง โดยมีหลักเกณฑ์ว่า บุคคลที่เหมาะสมจะต้องมิได้มาจากราชวงศ์ Dlamini และพระราชโอรสของผู้ที่ถูกเลือกเป็นพระราชชนนีขึ้นเป็นกษัตริย์ ทั้งนี้ ในกรณีที่พระราชโอรสยังทรงพระเยาว์อยู่นั้น พระราชชนนีจะปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทน เช่น กรณีของ Queen Mother องค์ปัจจุบันซึ่งมีพระนามว่า Ntombi ได้ครองราชย์ภายหลังจาก King Sobhuza II สวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1982 จนกระทั่งมีการสถาปนา King Mswati III ขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1986 หรือในกรณีกษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ Queen Mother จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นอกจากนั้น จะเป็นผู้นำประเทศในด้านการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศ

 



 
 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

เมืองหลวง

เมืองอัมบาบาเน (Mbabane)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งออกเป็น 4 จังหวัด ได้แก่ โฮโฮ (Hhohho) ลูบอมโบ (Lubombo) มันซินี (Manzini) ชิเซลเวนี (Shiselweni)

วันที่ได้รับเอกราช

6 กันยายน พ.ศ. 2511

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

ระบบกฏหมาย

ใช้กฎหมายโรมัน-ดัชต์ ของแอฟริกาใต้ ผนวกกับกฎหมายดั้งเดิมของประเทศ มีการนำเอากฎจากศาลโลกมาใช้ร่วมเป็นการสำรอง

พรรคการเมือง

พรรค African United Democratic Party (AUDP) พรรค Imbokodvo National Movement (INM) พรรค Ngwane National Liberatory Congress (NNLC) พรรค People's United Democratic Movement (PUDEMO)

การเมืองการปกครอง

ภายหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว สวาซิแลนด์มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตก โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีพรรคการเมืองหลายพรรคและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้ง ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1973 ถึง ค.ศ. 1977 กษัตริย์ Sobhuza II ได้ทำการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงการปกครองของสวาซิแลนด์โดยได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจการปกครองให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจของกษัตริย์และห้ามการจัดตั้งพรรคการเมือง กษัตริย์ Sobhuza II ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศสวาซิแลนด์ขึ้น ซึ่งใช้ปกครองประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยทรงนำแนวทางการปกครองประเทศแบบตะวันตกผสมผสานกับการปกครองตามประเพณีดั้งเดิมเข้าด้วยกัน สรุปได้ดังนี้ คือ

ฝ่ายบริหาร

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประเทศที่มีพระราชอำนาจสิทธิขาดเหนือรัฐบาล ทรงมีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าของฝ่ายบริหารทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยส่วนหนึ่งทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยและส่วนหนึ่งทรงแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน

ฝ่ายนิติบัญญัติ

ประกอบด้วยวุฒิสภา (Upper House) ซึ่งมีจำนวน 30 คน โดยพระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจแต่งตั้ง 20 คน และอีก 10 คน สภาผู้แทนราษฎร (Lower House or House of Assembly) เป็นผู้คัดเลือกจากบุคคลทั่วไป มีประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ในการควบคุมการประชุม สภาล่างประกอบด้วยประธาน รองประธานสภาฯ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ และผู้แทนของประชาชนอีก 53 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนและบริหารท้องถิ่นนั้นซึ่งมีทั้งหมด 53 เขต ทั่วประเทศเรียกว่า Tinkhundla Centres นอกจากนั้น สภาล่างยังประกอบด้วยผู้แทนอีก 10 คน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ในการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนโดยผ่าน Tinkhundla Centres นั้น ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ คือ จะมีการเลือกตั้งผู้สมัครจากเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเขต Tinkhundla Centres แต่ละแห่งก่อน โดยหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ จะเรียกประชุมชาวบ้าน หลังจากนั้นจะให้มีการเลือกตั้งผู้สมัครของแต่ละเผ่าเพื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง Tinkhundla Centres โดยทั่วไปแล้ว Tinkhundla Centres จะประกอบด้วยเผ่าต่าง ๆ ประมาณ 6 - 10 เผ่า ดังนั้น การเลือกตั้งผู้แทนสภา Tinkhundla Centres จึงเป็นการเลือกตั้งจากผู้แทนของแต่ละเผ่าในเขต Tinkhundla Centres จากผู้สมัคร 6 - 10 คน ให้เหลือเพียง 1 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชนของ Tinkhundla Centres นั้น ๆ Tinkhundla Centres ในสวาซิแลนด์มีทั้งหมด 53 เขต และจะมีการเลือกตั้งทุก ๆ 5 ปี โดยให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปมีสิทธิเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1993 การที่สวาซิแลนด์มีระบบการมีผู้แทนของประชาชนจาก Tinkhundla Centres ซึ่งไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนของท้องที่ต่าง ๆ นั้น ทำให้การเมืองของสวาซิแลนด์เป็นการผสมผสานระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยกับประเพณีดั้งเดิมของตน

ฝ่ายตุลาการ

สวาซิแลนด์ใช้ระบบตุลาการ 2 แนวทางควบคู่กันไป คือ การพิจารณาคดีตามประเพณีดั้งเดิม หรือเรียกว่า Traditional Swazi National Courst และการพิจารณาตามระบบศาลสถิตยุติธรรมตามแบบตะวันตก โดยยึดแนวทางกฎหมายแลล Roman Dutch ซึ่งการพิจารณาตามแนวทางสมัยใหม่นี้แบ่งศาลยุติธรรมเป็น High Court, Magistrates Courts และ Industrial Courts นอกจากนั้น ยังมี Constitutional Courts ซึ่งทำหน้าที่เป็นศาลสูงสุดของประเทศและจะมีหน้าที่พิพากษาตัดสินคดีที่ศาลอื่น ๆ มีความเห็นขัดแย้งกัน และการตัดสินคดีของ Constitutional Courts ถือว่าคดีสิ้นสุด

สถานการณ์การเมืองที่สำคัญ

สวาซิแลนด์ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2546 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งในระบบไม่มีพรรคการเมือง นายแอฟซาลอม เทมบา ลามินี (Absalom Themba Dlamini) ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2546 และได้จัดตั้งรัฐบาลและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 ซึ่งจะมีวาระดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2551 และเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 สวาซิแลนด์ได้มีการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่ได้มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง โดยมีการแต่งตั้งให้นาย Mathendele M. Dlamini วุฒิสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า



 
 

Update กันยายน 2556

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่ 19 มีนาคม 2556

 

King MSWATI III
Prime Min. Barnabus Sibusiso DLAMINI
Dep. Prime Min. Themba Nhlanganiso MASUKU
Min. of Agriculture Clement DLAMINI
Min. of Commerce, Industry, & Trade Jabulile MASHWAMA
Min. of Economic Planning & Development HLANGUSEMPHI, Prince
Min. of Education & Training Wilson NTJANGASE
Min. of Finance Majozi SITHOLE
Min. of Foreign Affairs & Intl. Cooperation Mtiti FAKUDZE
Min. of Health Benedict XABA
Min. of Home Affairs GCOKOMA, Prince
Min. of Housing & Urban Development Lindiwe GWEBU, Pastor
Min. of Information & Communications Technology Winnie MAGAGULA
Min. of Justice & Constitutional Affairs Mgwagwa GAMEDZE
Min. of Labor & Social Security Lutfo Ephraim Shiyinsimbi DLAMINI
Min. of Natural Resources & Energy TSANDZILE, Princess
Min. of Public Service Patrick MAMBA
Min. of Public Works & Transport Ntuthuko DLAMINI
Min. of Sports, Culture, & Youth Affairs Hlobsile NDLOVU
Min. of Tinkhundla Admin. & Development Rogers MAMBA
Min. of Tourism & Environmental Affairs Mduduzi DLAMINI
Governor, Central Bank Martin DLAMINI
Ambassador to the US Mary Madzandza KANYA
Permanent Representative to the UN, New York Zwelethu MNISI

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/world-leaders-1/world-leaders-s/swaziland.html



 
 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

6.148 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

5,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2553)

อัตราการเติบโตของ GDP -2.9% (ค่าประมาณพ.ศ. 2555)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 8.2%
  • ภาคอุตสาหกรรม 47%
  • ภาคการบริการ 44.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

อัตราการว่างงาน

40% (ค่าประมาณ พ.ศ.2549)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

8.4% (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

หนี้สาธารณะ

ไม่มีข้อมูล

ผลผลิตทางการเกษตร

น้ำตาลทราย ฝ้าย ข้าวโพด ใบยาสูบ ข้าว มะนาว สัปปะรด ข้าวฟ่าง ถั่ว ปศุสัตว์ แพะ แกะ

อุตสาหกรรม

ถ่านหิน เนื้อไม้ น้ำตาล สารตั้งต้นน้ำอัดลม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ดุลบัญชีเดินสะพัด

ขาดดุล 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

มูลค่าการส่งออก

1.985 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

สารตั้งต้นน้ำอัดลม น้ำตาล เนื้อไม้ ฝ้าย ไหมพรม ตู้เย็น มะนาวและผลไม้กระป๋อง

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

แอฟริกาใต้ 59.7% สหภาพยุโรป 8.8% สหรัฐอเมริกา 8.8% โมซัมบิค 6.2% (พ.ศ.2549)

มูลค่าการนำเข้า

2.111 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องยนต์ยานพาหนะ เครื่องจักร อุปกรณ์การขนส่ง อาหาร ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

แอฟริกาใต้ 95.6% สหภาพยุโรป 0.9% ญี่ปุ่น 0.9% (พ.ศ.2549)

สกุลเงิน

ลิลังเจนี (Lilangeni)

สัญลักษณ์เงิน

SZL

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

(ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่นี่)

เศรษฐกิจของสวาซิแลนด์

เป็นเศรษฐกิจขั้นปฐมภูมิ พึ่งพิงภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ประชาชนอยู่ในภาคการเกษตรกว่าร้อยละ 80 นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจของสวาซิแลนด์ยังผูกพันอยู่กับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เป็นอย่างมาก โดยประมาณร้อยละ 80 ของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศนำเข้าจากแอฟริกาใต้ และร้อยละ 30 ของสินค้าส่งออกของสวาซิแลนด์ส่งไปยังแอฟริกาใต้ นอกจากนั้น ระบบการเงินและการคลังรวมทั้งระบบภาษีศุลกากรของสวาซิแลนด์ก็ผูกพันกับแอฟริกาใต้ เนื่องจากสวาซิแลนด์เป็นประเทศสมาชิกของ Southern African Customs Union (SACU) ซึ่งมีประเทศสมาชิก 5 ประเทศ คือ แอฟริกาใต้ บอตสวานา เลโซโท นามิเบีย และสวาซิแลนด์ ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก SACU ได้ทำความตกลงยินยอมให้มีการขนถ่ายสินค้าเข้าออกระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี การนำเข้าสินค้าเข้าจากประเทศภายนอกสมาชิก SACU สามารถนำเข้าได้ที่เมืองท่าเมืองหนึ่งท่าใดของประเทศสมาชิก ซึ่งจะมีการจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีศุลกากร ณ เมืองท่า นั้น โดยจะนำรายได้จากภาษีเหล่านี้มาเฉลี่ยแก่ประเทศสมาชิกตามอัตราส่วนที่ตกลงกันได้ ในส่วนของราชอาณาจักรสวาซิแลนด์นั้นถือว่ารายได้ซึ่งได้รับจากส่วนเฉลี่ยของภาษีที่ได้จาก SACU นั้นเป็นรายได้หลักที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล ซึ่งนำไปใช้ในการบริหารประเทศ สินค้าจากต่างประเทศที่ผ่านเข้าเมืองท่าของประเทศสมาชิก SACU แล้วสามารถส่งต่อไปยังประเทศสมาชิกอื่น ๆ ได้โดยเสรีและไม่ต้องเสียภาษีอีก ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วสินค้าเข้าส่วนใหญ่ผ่านเข้าทางเมืองท่าของแอฟริกาใต้ ดังนั้น แอฟริกาใต้จึงมีอิทธิพลเหนือประเทศ SACU อื่น ๆ มาก โดยใช้เรื่องสัดส่วนในการแบ่งปันรายได้จากการจัดเก็บภาษีสินค้าเข้า SACU เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาทางการเมืองและเศรษฐกิจอยู่เสมอ



 
 

ความสัมพันธ์ด้านการทูต

ไทยและสวาซิแลนด์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อ วันที่ 17 มกราคม 2534 (1991) ปัจจุบันสวาซิแลนด์ได้แต่งตั้งนาย Mpumelelo Joseph N. Hlophe เอกอัครราชทูตสวาซิแลนด์ประจำมาเลเซียเป็นเอกอัครราชทูตสวาซิแลนด์ประจำประเทศไทยด้วย โดยมีถิ่นพำนักที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2537 กำหนดให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรียมีเขตอาณาดูแลครอบคลุมประเทศสวาซิแลนด์ ปัจจุบัน นายโดมเดช บุนนาค ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงอึมบาบาเน่ (ถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย) และได้แต่งตั้งให้ นางสาวพันธ์พิไล ใบหยก เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ประจำไทย ตั้งแต่ปี 2548

ความตกลงที่สำคัญกับไทย

ความตกลงว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ) ลงนามเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550


การแลกเปลี่ยนการเยือน

ฝ่ายสวาซิแลนด์

  • สมเด็จพระราชาธิบดี Mswati III เคยเสด็จฯ แวะพักเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ หลังการประชุมระดับประมุขของประเทศเครือจักรภพที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนตุลาคม 2532
  • Sir George Mamba อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประเทศสวาซิแลนด์และภริยาได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 13 - 20 มีนาคม 2534 โดยเป็นแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 17 - 20 มีนาคม 2534
  • นาย Solomon M. Dlamini รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนาย Themba Masuku รัฐมนตรีกระทรวงวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจของสวาซิแลนด์ได้เดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 18 - 22 มกราคม 2538 โดยเป็นแขกของกระทรวงฯ การมาเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือในด้านความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
  • สมเด็จพระราชาธิบดี Mswati III และพระชายาเสด็จฯ แวะพักและเปลี่ยนเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกรุงเทพเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2539 ก่อนที่จะเสด็จฯ เดินทางต่อไปยังไต้หวัน
  • สมเด็จพระราชาธิบดี Mswati III และพระชายา เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 28 - 30 พฤษภาคม 2540 ในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาล
  • สมเด็จพระราชชนนีแห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 7 พฤษภาคม 2545
  • สมเด็จพระราชาธิบดี Mswati III และพระชายา เสด็จ ฯ เยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 16 - 21 ตุลาคม 2545
  • นาย Absalom Themba Dlamini นายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์เยือนไทย ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2547 เพื่อเข้าร่วมการประชุมนานาชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 15 ที่กรุงเทพฯ
  • สมเด็จพระราชาธิบดีสวาตีที่สาม และพระชายา เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลเพื่อเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน 2549

ฝ่ายไทย

  • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวาซิแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน 2537
  • คณะผู้แทนไทยซึ่งมีรองอธิบดีกรมวิเทศสหการเป็นหัวหน้าคณะได้เดินทางไปเยือนสวาซิแลนด์ในเดือนพฤษภาคม 2538 และได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสวาซิแลนด์ในเรื่องความช่วยเหลือทางวิชาการ
  • คณะผู้แทน Fact-finding Mission จากกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปเยือนสวาซิแลนด์ระหว่างวันที่ 16 - 17 มิถุนายน 2539 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ผู้แทนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ไปเยือนสวาซิแลนด์
  • ผู้แทนพิเศษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายนิสสัย เวชชาชีวะ) นำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเยือนสวาซิแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2545
  • กระทรวงการต่างประเทศ นำโดยนายสุรพงษ์ ชัยนาม เอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย นำคณะผู้แทนนักธุรกิจภาคเอกชนไทยเยือนสวาซิแลนด์ ระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2546
  • คณะสำรวจข้อเท็จจริงของกระทรวงการต่างประเทศ นำโดยรองอธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา เยือนสวาซิแลนด์ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2548
  • ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนสวาซิแลนด์ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2548 และได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์ เพื่อมอบหนังสือกราบบังคมทูลเชิญพระราชาธิบดีสวาซิแลนด์และพระชายาเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 12-13 มิถุนายน 2549

ผู้แทนทางการทูต

ฝ่ายไทย

เอกอัครราชทูตประจำสวาซิแลนด์ ถิ่นพำนัก ณ กรุงพริทอเรีย คือ นายโดมเดช บุนนาค (H.E.Mr. Domedej Bunnag)

ฝ่ายสวาซิแลนด์

เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ประจำไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ คือ นาย Mpumelelo Joseph N. Hlophe

--------------------------------------

ที่มา: กองแอฟริกา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ



 
 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
2553 2554 2555 2555(ม.ค.-ก.ย.) 2556(ม.ค.-ก.ย.)
ไทย - โลก          
มูลค่าการค้า 376,225.26 451,358.90 479,224.06 357,766.36 361,953.68
การส่งออก 193,298.14 222,579.16 229,236.13 172,056.49 172,139.76
การนำเข้า 182,927.12 228,779.74 249,987.93 185,709.88 189,813.92
ดุลการค้า 10,371.02 -6,200.58 -20,751.80 -13,653.39 -17,674.16
ไทย - สวาซิแลนด์          
มูลค่าการค้า 27.41 35.97 18.51 16.19 22.91
การส่งออก 18.04 21.65 2.29 1.48 12.54
การนำเข้า 9.37 14.33 16.22 14.70 10.37
ดุลการค้า 8.67 7.32 -13.94 -13.22 2.16
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร


 
 
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ
2553 2554 2555 2555
 (ม.ค.-ต.ค.)
2556
 (ม.ค.-ต.ค.)
   
1 ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน 15.9 19.9 0.0 0.0 9.4
2 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.0 0.3 0.3 0.3 0.6
3 ของใช้ในเทศกาลและงานรื่นเริง - 0.0 - - 0.6
4 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 0.2 0.0 0.0 0.0 0.5
5 อัญมณีและเครื่องประดับ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.4
6 เครื่องนุ่งห่ม 0.2 0.1 0.3 0.3 0.2
7 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง 0.0 0.0 0.0 - 0.2
8 ข้าว 0.1 0.0 0.0 0.0 0.2
9 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม 0.1 0.0 0.0 0.0 0.1
10 ของเบ็ดเตล็ดทำด้วยโลหะสามัญ 0.0 0.0 - - 0.1
รวม 10 รายการ 16.5 20.5 0.8 0.7 12.4
อื่นๆ 1.6 1.1 1.5 0.9 0.6
รวมทั้งสิ้น 18.0 21.6 2.3 1.6 13.0

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร



 
 
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ
2553 2554 2555 2555
 (ม.ค.-พ.ย.)
2556
 (ม.ค.-พ.ย.)
   
1 เคมีภัณฑ์ 0.3 0.3 0.6 0.6 5.4
2 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 1.7 5.0 5.2 4.9 2.7
3 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 2.0 6.0 5.0 5.0 1.1
4 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 0.9 0.2 0.3 0.3 0.3
5 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 0.4 0.3 2.4 2.0 0.3
6 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 0.1 0.1 0.1 0.1 0.3
7 เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและ - - - - 0.1
8 นาฬิกาและส่วนประกอบ 0.0 0.3 0.0 0.0 0.1
9 สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง 0.0 0.0 0.0 0.0 0.1
10 ไดโอด  ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.1
รวม 10 รายการ 5.4 12.1 13.6 12.9 10.5
อื่นๆ 4.0 2.3 2.6 2.5 0.4
รวมทั้งสิ้น 9.4 14.3 16.2 15.4 10.9
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร


 
 

ที่อยู่

The Embassy of the Kingdom of Swaziland

Menara Citibank,
Suite 22.03 & 03A,
165 Jalan Ampang,
50450 Kuala Lumpur,
Malaysia

Tel: (603) 2163-2511, (603) 2163-2487

Fax: (603) 2163-3326

E-mail: swdkl_2@streamyx.com