Search :
  Language   :   Thai   |   English  
  ยุโรป
  เอเซีย
  อเมริกาเหนือ
  อเมริกาใต้
  ออสเตรเลียและโอเชียเนีย
  แอฟริกา
  ประเทศเอริเทรีย

ประเทศเอริเทรีย
 
+ ธงและตราสัญลักษณ์
+ แผนที่
+ ข้อมูลทั่วไป
+ การเมืองการปกครอง
+ ประมุขและคณะรัฐบาล
+ ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า
+ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเอริเทรีย
+ ตารางที่ 1 : การค้ารวม
+ ตารางที่ 2 : สินค้าส่งออก
+ ตารางที่ 3 : สินค้านำเข้า
+ สถานที่ติดต่อทางการทูต
 
 
 
 f  coa
ธง  ตราสัญลักษณ์ (Coat of Arms) 


 
 

 

ท

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/er.html

 

f

ที่มา: http://www.lonelyplanet.com/maps/africa/eritrea/



 
 

ชื่อทางการ

รัฐเอริเทรีย (The State of Eritrea)

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา มีเขตแดนติดกับทะเลแดง อยู่ระหว่างประเทศจิบูติ และซูดาน

พื้นที่

117,600 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

1,626 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับประเทศจิบูติ 109 กิโลเมตร เอธิโอเปีย 912 กิโลเมตร และซูดาน 605 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

มีลักษณะเหมือนกับประเทศเอธิโอเปียเป็นที่ราบสูงขนาดใหญ่ ลดหลั่นลงไปทางด้านตะวันออก ไปจนถึงที่ราบชายฝั่งทะเล ทางตะวันตกเฉียงเหนือมีภูเขามาก และทางตะวันตกเฉียงใต้เป็นที่ราบลูกฟูก

สภาพภูมิอากาศ

อากาศร้อนและแห้งในส่วนชายฝั่งทะเลด้านที่ติดทะเลแดง ทางตอนกลางของประเทศจะเย็นและร้อนชื้นมากกว่าตรงที่ราบสูง ที่ราบต่ำมีอุณหภูมิสูง

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทอง โพแทช สังกะสี ทองแดง เกลือ แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดเล็ก และปลา

ภัยธรรมชาติ

มีหน้าแล้งและฝูงตั้กแตนจำนวนมาก

จำนวนประชากร

6,233,682 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2556)

อัตราการเติบโตของประชากร

2.36% (ค่าประมาณ พ.ศ.2556)

สัญชาติ

เอริเทรีย

เชื้อชาติ

ไทกรินยา 55% ไทกรี 30% ซาโฮ 4% คูนามา 2% อาฟาร์ 4% ราชัยดา 2% ไบเลน 2% และอื่นๆ 5% (ค่าประมาณ พ.ศ.2553)

ศาสนา

มุสลิม คริสต์นิกายคอปติก คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์

ภาษา

ภาษาอังกฤษ (ภาษาราชการ) อาฟาร์ อาราบิก ไทกรีและคูนามา ไทกรินยา และภาษาอาหรับอื่นๆ

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

ดินแดนของเอริเทรียเป็นที่ตั้งของอาณาจักรต่าง ๆ มาแต่โบราณ ตั้งแต่ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 1 เคยอยู่ภายใต้อาณัติของอาณาจักรออตโตมาน และภายใต้การปกครองของอียิปต์ อิตาลีได้เข้ายึดครองดินแดนเอริเทรียเมื่อปี 2412 (1869) กษัตริย์แห่งอิตาลีได้ประกาศตั้งแคว้นเอริเทรียและกำหนดให้เป็นอาณานิคมของอิตาลีเมื่อปี 2433 (1890) ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษได้เข้ายึดเอริเทรียและประกาศให้เอริเทรียเป็นรัฐภายใต้อารักขาของอังกฤษจากช่วงปี 2484 (1941) ถึงปี 2495 (1952) ซึ่งในช่วงนี้ เอริเทรียมีพัฒนาการในด้านเศรษฐกิจและการเมืองอย่างชัดเจน โดยเมือง Massawa และ Assaf กลายเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลแดงของจักรภพอังกฤษในปี 2493 (1950) จากนั้นสหประชาชาติได้มีข้อมติที่ 380 A (V) ให้เอริเทรียเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้จักรวรรดิเอธิโอเปีย

ในปี 2505 (1962) เอธิโอเปียได้ทำการผนวกดินแดนเอริเทรียเป็นส่วนหนึ่งของประเทศซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ระหว่างชาวเอริเทรียกับฝ่ายเอธิโอเปียเพื่อเรียกร้องเอกราชตลอดมาในปี 2534 (1991) กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนเอริเทรีย (EPLF : Eritrean People's Liberation Front) ได้ร่วมกับกลุ่ม Ethiopian People's Revolutionary Democratic Front (EPRDF) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลเอธิโอเปีย ทำการล้มล้างรัฐบาลสังคมนิยมเอธิโอเปียได้สำเร็จ และสามารถยึดพื้นที่ดินแดนเอริเทรียได้ทั้งหมด นอกจากนี้ได้เจรจากับกลุ่ม EPRDF ขอแยกตัวออกจากการร่วมจัดตั้งรัฐบาลเอธิโอเปีย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเอริเทรียชั่วคราว (PGE : Provisional - Government of Eritrea) ขึ้นบริหารดินแดนเอริเทรียเอง โดยมีนาย Issayas Afewerki เลขาธิการ EPLF ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราว ทั้งนี้ รัฐบาลชั่วคราวได้จัดให้ประชาชนในดินแดนเอริเทรียออกเสียงลงประชามติระหว่างวันที่ 23 - 25 เมษายน 2536 (1993) เพื่อแยกตัวเป็นประเทศเอกราชออกจากเอธิโอเปีย ผลปรากฏว่า มีผู้สนับสนุนให้เอริเทรียแยกออกจากเอธิโอเปียถึงร้อยละ 99.8 รัฐบาลชั่วคราวจึงได้ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2536 (1993) ซึ่งเป็นวันฉลองครบรอบการเข้ายึดเมือง Asmara เมืองหลวงของเอริเทรียโดยกลุ่ม EPLF ด้วย



 
 

รูปแบบการปกครอง

ระบอบรัฐบาลชั่วคราว

เมืองหลวง

กรุงอัสมารา (Asmara)

การแบ่งการปกครอง

แบ่งออกเป็น 6 เขต ได้แก่ อันเซบา (Anseba) ดีบับ (Debub) ดีบูบาวีคียีบาห์รี (Debubawi K'eyih Bahri) กาชบากา (Gash Barka) มาอาเกล (Ma'akel) เซเมนาวี คียี บาห์รี (Semenawi Keyih Bahri)

วันที่ได้รับเอกราช

24 พฤษภาคม พ.ศ. 2536

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

23 พฤษภาคม พ.ศ. 2540

ระบบกฏหมาย

กฎหมายหลักใช้กฎหมายเอธิโอเปีย และกฎจาหหลักศาสนาอิสลาม และชาวมุสลิม ไม่ได้รับกฎจากศาลโลกมาใช้

พรรคการเมือง

พรรค People's Front for Democracy and Justice (PFDJ) เป็นพรรคเดียวที่ถูกกฎหมาย

Political Map of Eritrea

สถานการณ์ทางการเมือง

นับแต่แยกตัวเป็นเอกราชจากเอธิโอเปียในปี 2536 (1993) เอริเทรียยังคงปกครองประเทศด้วยคณะรัฐบาล และสภานิติบัญญัติแห่งชาติชั่วคราว มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว คือ พรรค People's Front for Democracy and Justice (PFDJ) ซึ่งพัฒนามาจาก Eritrean People's Liberation Front (EPLF) ทั้งนี้ ในการประชุมใหญ่พรรคครั้งที่ 3 เมื่อปี 2537 (1994) มีมติยืนยันว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในระบบหลายพรรคในเดือนพฤษภาคม 2540 (1997) แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้โดยอ้างว่าประชาชนยังไม่ได้รับการศึกษาเพียงพอและโครงสร้างทางสถาบันยังไม่พร้อม

ในขณะที่ กองทัพเอริเทรียต้องรับมือกลุ่ม Eritrean Islamic Jihad (EIJ) กบฏกลุ่มเล็กมีฐานะที่ตั้งในซูดานที่ออกโจมตีในเขตตอนเหนือและตะวันตกของเอริเทรีย กอปรกับการที่ซูดานได้เสริมสร้างกำลังพลตามเขตแดนตะวันตกเอริเทรีย ทำให้เอริเทรียต้องเพิ่มกำลังตามชายแดนด้านนั้นมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้คุมขังผู้ต้องสงสัยที่พัวพันกับอดีตฝ่ายรัฐบาล Mengistu แห่งเอธิโอเปีย พวกหัวรุนแรงอิสลามและพวกผู้ก่อการร้ายรวมทั้งจำกัดสิทธิเสรีภาพทางการพิมพ์ รวมทั้งสิทธิในการตีพิมพ์เผยแพร่ศาสนา สิทธิในการรวมกลุ่มในทางการเมือง และสิทธิในการเคลื่อนย้ายภูมิลำเนา

สภานิติบัญญัติ            

Unicameral National Assembly มีสมาชิก 150 คนมาจาก พรรค  People's Front for Democracy and Justice

พรรคการเมือง          

พรรค People's Front for Democracy and Justice (PFDJ)เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ถูกกฎหมาย

ระบบการศาล              

มีศาลแยกเป็นอิสระ แต่ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ระบบการศาลยังไม่มีการพัฒนา เนื่องจากขาดบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝน อบรมงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งไม่มีสำนักงานทนายความเปิดกิจการอย่างเป็นทางการ คดีแพ่งและอาญาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดในชนบทจะได้รับการตัดสินชี้ขาดโดยผู้อาวุโสในท้องถิ่นตามจารีตประเพณี

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

หลังจากเอริเทรียแยกตัวออกจากเอธิโอเปียและได้รับเอกราชในปี 2536 ก็มีปัญหาขัดแย้งกับเอธิโอเปียมาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาการปักปันเขตแดนระหว่างกัน เกิดการสู้รบแย่งชิงดินแดนในปี 2541 ส่งผลให้ผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ประชาคมโลกและองค์การระหว่างประเทศ ทั้งองค์การสหประชาชาติและสหภาพแอฟริกา ได้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว จนกระทั่งนำไปสู่การยินยอมถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายออกในเดือนกรกฎาคม 2542 อย่างไรก็ตาม ยังมีการปะทะกันระหว่างกองกำลังของเอธิโอเปียและเอริเทรียอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลของสองฝ่ายต่างพยายามกล่าวโจมตีกันและกันตลอดเวลาในเวทีระหว่างประเทศ

เอริเทรียมีทัศนคติที่เย็นชาต่อต่างประเทศ รวมทั้งไม่เชื่อถือคำประกาศต่างๆ ในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือในการสร้างสันติภาพกับเอธิโอเปีย เพราะเอริเทรียเห็นว่า นานาชาติรวมทั้งสหประชาชาติ ไร้สมรรถภาพในการบังคับให้เอธิโอเปียปฏิบัติตามข้อตกลงปักปันเขตแดน ในปี 2545 ดังนั้น เอริเทรียจึงดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่ค่อนข้างปิดกั้นตัวเองและไม่แสดงความประสงค์กระชับความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะมหาอำนาจตะวันตกมากนัก

ความสัมพันธ์กับซูดาน ซึ่งเคยเย็นชาและมีความขัดแย้งถึงขั้นปิดแนวพรมแดนในปี 2545 ได้รับการฟื้นฟูในปี 2548 และในปัจจุบันมีแนวโน้มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงหลายครั้งในปี 2549 ส่วนความสัมพันธ์กับเยเมนและจิบูตีซึ่งเคยมีความขัดแย้งในอดีต นั้น ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูจนกระทั่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันแล้ว

นโยบายของเอริเทรียในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกที่เด่นชัดในเวทีระหว่างประเทศ คือ การสนับสนุน Union of Islamic Court (UIC) กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงที่เคยครองอำนาจอยู่ในโซมาเลีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้เคยขับไล่รัฐบาลพลัดถิ่นของโซมาเลีย (Transitional Federal Government - TFG) ที่ได้รับการรับรองจากประชาคมระหว่างประเทศและสหประชาชาติออกจากประเทศ สร้างความขัดแย้งโดยตรงระหว่างเอริเทรียกับสหรัฐอเมริกาและเอธิโอเปีย ซึ่งสนับสนุน TFG อยู่



 
 

Update กันยายน 2556

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2554

Pres. ISAIAS Afworki
Vice Pres.  
Min. of Agriculture AREFAINE Berhe
Min. of Defense SEBHAT Ephrem
Min. of Education SEMERE Russom
Min. of Energy & Mines AHMED Hajj Ali
Min. of Finance BERHANE Abrehe
Min. of Foreign Affairs OSMAN Saleh Mohammed
Min. of Health AMINA Nurhussein
Min. of Information ALI Abdu
Min. of Justice FOZIA Hashim
Min. of Labor & Human Welfare SALMA Hassen
Min. of Land, Water, & Environment TESFAI Ghebreselassie
Min. of Maritime Resources SALEH Meki
Min. of National Development GHIORGHISH Teklemichael, Dr.
Min. of Public Works ABRAHA Asfaha
Min. of Tourism ASKALU Menkerios
Min. of Trade & Industry  
Min. of Transport & Communications WOLDENKIEL Abraha
Governor, Bank of Eritrea (Acting) KIBREAB Woldemariam
Charge d'Affaires, Embassy, Washington BERHANE Gebrehiwet Solomon
Permanent Representative to the UN, New York ARAYA Desta

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/world-leaders-1/world-leaders-e/eritrea.html



 
 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

4.412 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.255)

GDP รายหัว (GDP per Capita)

800 ดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

อัตราการเติบโตของ GDP 7.5% (ค่าประมาณพ.ศ. 2555)

GDP แยกตามภาคการผลิต

  • ภาคการเกษตร 11.6%
  • ภาคอุตสาหกรรม 30.6%
  • ภาคการบริการ 57.8% (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

อัตราการว่างงาน

ไม่มีข้อมูล

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

17% (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

หนี้สาธารณะ

118% ของ GDP (ค่าประมาณพ.ศ. 2555)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวฟ่าง ผัก ข้าวโพด ฝ้าย ใบยาสูบ ปศุสัตว์ แพะ ปลา

อุตสาหกรรม

อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้าและสิ่งทอ การผลิตขนาดย่อม เกลือ และซีเมนต์

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-271.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

มูลค่าการส่งออก

304.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

สินค้าส่งออกที่สำคัญ

ปศุสัตว์ ข้าวฟ่าง สิ่งทอ อาหาร และการผลิตขนาดเล็ก

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ

อิตาลี 30.5% ซูดาน 24% ซาอุดิอาระเบีย 8.8% จีน 8.5% สหราชอาณาจักร 5.7% อียิปต์ 4.8% (พ.ศ.2553)

มูลค่าการนำเข้า

939.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าประมาณ พ.ศ.2555)

สินค้านำเข้าที่สำคัญ

เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม อาหาร และสินค้า

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า) ที่สำคัญ

ซาอุดิอาระเบีย 15.7% อียิปต์ 11.9% จีน 11.1% อินเดีย 8.9% เยอรมัน 7.2% อิตาลี 7.2% แอฟริกาใต้ 6.5% บราซิล 5.9% เกาหลีใต้ 4.3%  (พ.ศ.2553)

สกุลเงิน

นัคฟา (Nakfa)

สัญลักษณ์เงิน

ERN

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

-

สภาพเศรษฐกิจทั่วไป

เอริเทรียเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำ (ประมาณร้อยละ 3 ต่อปี) นอกจากนี้ รายได้สำคัญจากเมืองท่าต่างๆ ของเอริเทรีย รวมทั้งอุตสาหกรรมการคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบทางลบจากสงครามกับเอธิโอเปีย เพราะรัฐบาลเอธิโอเปียปิดการค้าและการติดต่อตามแนวพรมแดนทั้งหมดทำให้เอริเทรียขาดรายได้อย่างมาก

ในส่วนของนโยบายด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน เอริเทรียได้กำหนดแนวทางเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม เปิดเสรีทางด้านการค้าและการลงทุน เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในเอริเทรียเพื่อบูรณะฟื้นฟูประเทศ ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของรัฐบาลคือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชากร โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางอาหาร (ภาคเกษตรกรรมของเอริเทรียยังผลิตอาหารได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากร) การสาธารณสุขและการวางรากฐานสาธารณูปโภค ปัจจุบันรัฐบาลมีหนี้สูงราวร้อยละ 30 ของรายได้ประชาชาติ อัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับสูง ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายไม่พึ่งพาต่างประเทศ แต่ด้วยความจำเป็น ก็ยังต้องขอรับความช่วยเหลือ โดยเฉพาะโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารโลก (World Bank) เพื่อการสร้างระบบสาธารณูปโภค ในปัจจุบันมีมูลค่าโดยรวมประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเกษตรกรรม

นับเป็นภาคที่สำคัญที่สุดของระบบเศรษฐกิจ แม้ว่าการผลิตอาหารจะลดลงร้อยละ 40 ในช่วงปี 2523-2533 แต่ก็ยังสามารถเลี้ยงดูประชากรร้อยละ 90 ได้ ในปี 2537 ผลิตผลทางการเกษตร(รวมทั้งจากป่าไม้และการประมง) มีมูลค่าเป็นร้อยละ 12 ของ GDP (2545) การเกษตรต้องพึ่งพาฝน ปีใดฝนแล้งก็ไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอแก่การบริโภค

ภาคการประมง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมงของสหประชาชาติประมาณว่า เอริเทรียมีศักยภาพในการประมงได้ถึงปีละ70,000 ตันต่อปีเพราะเอริเทรียมีชายฝั่งทะเลยาว 1,000 กม. ครอบคลุมพื้นที่ 52,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาฉลาม ปลาทู กุ้ง จำนวนมาก แต่ในปัจจุบันเอริเทรียมีผลผลิตในทางการประมงเพียงปีละ 4,000 ตันต่อปีเท่านั้น และยังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเรือประมงอียิปต์ที่เข้าไปจับปลาในน่านน้ำของเอริเทรียอย่างผิดกฎหมาย อันเนื่องมาจากยังมิได้มีการกำหนดแบ่งอาณาเขตทางทะเลที่แน่ชัด การประมงถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุน เพื่อการสร้างงานและการส่งออก

ภาคเหมืองแร่

คาดว่ามีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ใต้ทะเลแดง ในปี 2538 รัฐบาลเอริเทรียได้ลงนามในความตกลงกับบริษัท Anadarko แห่งสหรัฐฯ เพื่อทำการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นอกจากน้ำมันแล้ว ยังมีแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ อีกคือ หินอ่อน ซัลเฟอร์และโปรแตซ ภายใต้กฎหมายการทำเหมืองแร่ฉบับใหม่มีการเสนอแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนโดยรัฐบาลเป็นเจ้าของทรัพยากรดังกล่าว ในปี 2539 มีการลงนามในความตกลงฉบับแรกด้านการสำรวจทองคำกับบริษัท Ashanti Goldfields Corporation แห่งกานา ครอบคลุมพื้นที่ 2 แหล่งกว่า 1,550 ตร.กม.

ภาคอุตสาหกรรม

ในสมัยอาณานิคมเอริเทรียมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างมาก แต่หลังจากที่ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเอธิโอเปีย อันเป็นชนวนให้เกิดสงครามกู้เอกราชยาวนานถึง 30 ปี จนเกิดสภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ เนื่องจากโครงสร้างต่าง ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรถูกทำลายในระหว่างสงคราม และอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเบาใช้เทคโนโลยีล้าสมัย อุตสาหกรรมร้อยละ 80 ต้องพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากการนำเข้า ในปี 2535 ผลผลิตต่ำกว่าตัวเลขเป้าหมายร้อยละ 50 การสูญเสียทางการผลิตส่วนใหญ่ เนื่องมาจากขาดแคลนวัตถุดิบและไม่มีพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องหนัง ทั้งนี้ ผลิตผลของภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าเป็นร้อยละ 25 ของ GDP (2545)

ภาคการท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นภาคบริการที่มีศักยภาพในการนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ มีการวางแผนการท่องเที่ยวร่วมกับ UNDP และ World Tourism Organisation ที่ได้เริ่มปฏิบัติในปี 2540 เอริเทรียมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย รวมทั้งชายฝั่งทะเลกว่า 1,000 กิโลเมตร ที่ยังเป็นธรรมชาติอยู่ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมที่ได้มาตรฐาน



 
 

ความสัมพันธ์ด้านการทูต

ไทยให้การรับรองรัฐเอริเทรียในโอกาสการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2536 โดยนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้มีสารแสดงความยินดีถึงประธานาธิบดีเอริเทรีย และได้สนับสนุนร่างข้อมติรับเอริเทรียเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ไทยและรัฐเอริเทรียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2536

ฝ่ายไทยให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา มีเขตอาณาครอบคลุมเอริเทรียในขณะที่ฝ่ายเอริเทรียได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตรัฐเอริเทรีย ณ กรุงนิวเดลี มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และแต่งตั้งให้นายสุนทร เก่งวิบูล เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์รัฐเอริเทรียประจำประเทศไทย ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เอริเทรียดำเนินมาด้วยความราบรื่น ไม่มีปัญหาระหว่างกัน

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

ปริมาณการค้าระหว่างไทย-เอริเทรียยังมีมูลค่าน้อยมาก เนื่องจากตลาดเอริเทรียมีกำลังซื้อต่ำและเอริเทรียไม่มีสินค้าที่ตลาดของไทยต้องการมากนัก ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด

ในปี 2549 ปริมาณการค้าไทย-เอริเทรียมีมูลค่า 131.3 ล้านบาท ไทยส่งออกสินค้าไปเอริเทรีย มูลค่า 127.5ล้านบาท ในขณะที่นำเข้าสินค้าจากเอริเทรียมูลค่า 3.8 ล้านบาท ทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้าเป็นมูลค่า 123.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2550 ไทยนำเข้าสินค้าจากเอริเทรียเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากับเอริเทรียในช่วงเวลาดังกล่าว

สินค้าสำคัญ ที่ไทยส่งออกไปเอริเทรีย ได้แก่ ยางพารา รองเท้าและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เป็นต้น สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจาก เอริเทรีย ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานพาหนะ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์

 

-----------------------------------------------------------------------

ที่มา: กองแอฟริกา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา  กระทรวงการต่างประเทศ



 
 
รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
2553 2554 2555 2555(ม.ค.-ก.ย.) 2556(ม.ค.-ก.ย.)
ไทย - โลก          
มูลค่าการค้า 376,225.26 451,358.90 479,224.06 357,766.36 361,953.68
การส่งออก 193,298.14 222,579.16 229,236.13 172,056.49 172,139.76
การนำเข้า 182,927.12 228,779.74 249,987.93 185,709.88 189,813.92
ดุลการค้า 10,371.02 -6,200.58 -20,751.80 -13,653.39 -17,674.16
ไทย - เอริเทรีย          
มูลค่าการค้า 0.27 31.80 12.37 12.29 7.33
การส่งออก 0.25 31.80 12.34 12.27 7.33
การนำเข้า 0.02 0.00 0.03 0.02 0.00
ดุลการค้า 0.23 31.80 12.31 12.25 7.32
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร


 
 
อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ
2553 2554 2555 2555
 (ม.ค.-พ.ย.)
2556
 (ม.ค.-พ.ย.)
   
1 น้ำตาลทราย - 31.4 12.3 12.3 6.9
2 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ - - - - 0.3
3 หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ - 0.2 - - 0.1
4 ผลิตภัณฑ์พลาสติก 0.2 0.0 - - 0.0
5 เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม 0.0 0.0 - - 0.0
รวม 10 รายการ 0.2 31.6 12.3 12.3 7.3
อื่นๆ 0.1 0.2 0.1 0.0 0.0
รวมทั้งสิ้น 0.2 31.8 12.3 12.3 7.3

 



 
 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ
2553 2554 2555 2555
 (ม.ค.-พ.ย.)
2556
 (ม.ค.-พ.ย.)
   
1 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ - 0.0 - - 0.0
2 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 0.0 - - - 0.0
3 แผงวงจรไฟฟ้า - 0.0 0.0 0.0 0.0
4 เคมีภัณฑ์ 0.0 - - - 0.0
5 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน - 0.0 - - 0.0
รวม 10 รายการ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
อื่นๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
รวมทั้งสิ้น 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
  
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร



 
 

ที่อยู่

The Embassy of the State of Eritrea

C-7/9, Vasant Vihar, 
New Delhi-110057
The Republic of India

Tel:  (91-11) 2614-6336, 2614-0398

Fax: (91-11) 2614-6337

E-mail: eriindia@yahoo.co.in